ชากิรี่ หูผึ่งคล็อปป์ยันเองหากกลับมาฟิตสมบูรณ์ก็พร้อมให้ลงเล่น

ชากิรี่

    เป็นธรรมดาของชะตากรรมนักเตะที่ไม่ค่อยได้ลงสนามที่มักลงเอยด้วยข่าวลือว่าอาจย้ายไปที่นั่นที่นี่ เซอร์ดาน ชากิรี่ปีกจอมทักษะของลิเวอร์พูลก็อยู่ในเกณฑ์นั้นเมื่อนับเวลารวมในซีซั่นนี้เจ้าตัวเพิ่งได้ลงสนามไปเพียง25นาที(เปลี่ยนตัวลงเล่น4ครั้ง)เท่านั้น ว่ากันว่าดาวเตะชาวสวิตซ์เริ่มไม่มีความสุขกับชีวิตในแอนด์ฟิลด์พร้อมกับอาจตัดสินใจย้ายทีมในช่วงปีใหม่ ทว่าเจอร์เกน คล็อปป์กุนซือใหญ่ของลิเวอร์พูลก็ได้ออกมาย้ำเตือนความมั่นใจให้ชากิรี่ว่ายังคงเป็นแข้งคนสำคัญอยู่เหมือนเดิม หากแต่ที่ผ่านมาเจ้าตัวยังไม่ฟิตสมบูรณ์เต็มร้อยจึงยังไม่ค่อยได้รับโอกาสเท่านั้นเอง

    “ เค้าไม่ได้มีส่วนร่วมกับทีมในช่วงหลังด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บ(น่อง)แต่ตอนนี้เค้ากลับมาซ้อมได้เต็มที่แล้ว ผมดีใจที่เค้ากลับมาในช่วงสำคัญ ลิเวอร์พูลกำลังเข้าสู่โปรแกรมการลงเตะแบบถี่ยิบ การได้ชากิรี่กลับมาเป็นทางเลือกคือสิ่งที่ผมต้องการ  ”

     อย่างไรก็ตามเจอร์เกน คล็อปก็ได้ยืนยันว่าดาวเตะวัย28ปีไม่อยากให้ชากิรี่ต้องรีบเร่งความฟิตเพื่อกลับมาเป็นตัวเลือก “ เราอยากให้มันค่อยเป็นค่อยไป ชากิรี่ร้างสนามไปพักใหญ่ มันต้องใช้เวลากว่าที่เค้าจะกลับมาเข้าที่เข้าทาง เมื่อชากิรี่กลับมาฟิตเต็มร้อยเค้าก็จะได้โอกาสลงสนาม ”

ชากิรี่ อยากได้แชมป์พรีเมียร์ลีกจึงยังไม่คิดย้ายหนีหงส์แดง

      มีความเป็นไปได้อย่างมากที่ชากิรี่จะยังคงปักหลักค้าแข้งในแอนด์ฟิลต่อไป เพราะไม่เพียงแต่เจอร์เกน คล็อปป์จะยังให้ความไว้ใจในตัวนักเตะเท่านั้น ทว่าในส่วนของชากิรี่เองเจ้าตัวก็ปรารถนาที่จะได้สัมผัสถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกซักครั้ง ซึ่งการเลือกเป็นสมาชิกของลิเวอร์พูลต่อไปดูจะเอื้อประโยชน์ต่อเป้าหมายมากกว่า เนื่องจากในเวลานี้ทีมต้นสังกัดของเค้านำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกแบบสบายมือ(ทีมรองจ่าฝูงอย่างเลสเตอร์ซิตี้ตามหลังอยู่ถึง8คะแนน)

      เซอร์ดาน ชากิรี่เป็นกำลังสำคัญของลิเวอร์พูลเมื่อซีซั่นก่อน ด้วยการลงเล่นไปถึง30เกมพร้อมกับยิงไป6ประตูและทำทางให้เพื่อนอีก5แอสซิสต์ แม้ว่าเจ้าตัวจะพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกมาครองได้สำเร็จ ทว่ากลับพลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกไปอย่างน่าเจ็บใจเนื่องจากลิเวอร์พูลมีแต้มป็นรองแมนซิตี้เพียงคะแนนเดียว(ลิเวอร์มี97คะแนน แต่แมนซิตี้มี98คะแนน) จึงทำให้ในซีซั่นนี้ชากิรี่ตั้งเป้าที่จะฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกกับชาวเดอะค็อปให้จงได้

คีเวลล์ เร้าคล็อปป์ดึงกรีซมันน์กระตุ้นแนวรุกหงส์ให้ตื่นตัว

คีเวลล์

     สามประสานเกมรุกของลิเวอร์พูลในเวลานี้ได้ชื่อว่าเป็นตัวอันตรายที่คู่แข่งทีมไหนๆก็ยังหวาผวา กระนั้นแฮรี่ คีเวลล์อดีตแข้งหงส์ก็ยังกำชับว่าเจอร์เกน คล็อปป์ควรหากองหน้าฝีเท้าดีอีกซักคนเพื่อให้ทั้งซาล่า,มาเน่ และฟีร์มีโน่รู้สึกว่าต้องเค้นฟอร์มการเล่นให้อยู่ในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง โดยดาวเตะออสซี่ก็ยังหวังสูงถึงการได้อองตวน กรีซมันน์มาล่าตาข่ายให้ชาวเดอะค็อปเลยทีเดียว

     แฮรี่ คีเวลล์ผู้ซึ่งเคยสวมเสื้อหมายเลข7ให้กับลิเวอร์พูลได้เสนอแนะให้อดีตต้นสังกัดเติมความเข้มข้นในการแย่งตำแหน่งตัวจริงสำหรับแนวรุก “ ผมชื่นชอบกรีซมันน์เป็นการส่วนตัว เค้ามีเซนต์การทำประตูที่ดี หาตำแหน่งได้ถูกที่ถูกทางเสมอ มันคงทำให้สามประสานที่มีอยู่เกิดคำถามแน่ว่าใครกันนะที่จะเสียตำแหน่งไป มันจะดึงศักยภาพของพวกเค้าออกมาได้อย่างเต็มพิกัดเพราะพวกเค้าย่อมไม่อยากหลุดไปเป็นตัวสำรองอยู่แล้ว นี่เป็นอีกสิ่งที่จะส่งผลดีต่อทีม ฟอร์มอันดุดันของผู้เล่นแนวรุกจะต่อเนื่องสำหรับฤดูกาลที่ยาวไกล ”

โอริกี้ก็อาจช่วยได้แต่ต้องเค้นฟอร์มช่วงปลายซีซั่นก่อนให้ได้ คีเวลล์ กล่าว

    เมื่อถูกถามถึงตัวเลือกที่มีอย่างดิว๊อค โอริกี้ รุ่นพี่อย่างคีเวลล์ก็ได้แบ่งรับแบ่งสู้ว่าก็อาจะเป็นได้นะ แต่ดาวยิงชาวเบลเยี่ยมจะต้องทำงานหนักกว่านี้อีกหลายเท่าตัว “ โอริกี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะ แต่เค้าฟอร์มไม่สดเหมือนเมื่อช่วงท้ายซีซั่นที่แล้ว เค้ามีความขยัน,ความเร็ว และทักษะที่ดีอยู่แล้ว ที่ต้องเพิ่มคือความมั่นใจ เค้าจำเป็นต้องมีสกอร์ในทุกๆครั้งที่ได้ลงสนาม แน่นอนเค้ารู้ตัวดีว่าเค้าเป็นตัวเลือกรอง ถ้าเค้าทำได้แบบนั้นละก็ ซาล่า,มาเน่ และฟีร์มีโน่ต้องตื่นตัวแน่ เฮ้ยไอนี่มันซุปเปอร์ซัพชัดๆ ไม่ได้แล้วฉันต้องเค้นฟอร์มตัวเองแล้ว ลิเวอร์พูลต้องการแรงกระตุ้นทำนองนั้น ”

    “ ปีนี้มาเน่ฟอร์มสดกว่าเพื่อน แถมยังทำประตูได้สม่ำเสมอที่สุด ซาล่ากลายเป็นตัวหลอกเค้าถูกประกบติดเยอะว่าเพื่อนทำให้จำนวนประตูที่เค้าทำได้ลดน้อยลง ส่วนฟีร์มีโน่เหมือนตัวสอดประสานแต่ตำแหน่งจริงๆเค้าคือศูนย์หน้าตัวเป้า ฉะนั้นเค้าต้องทำประตูให้ได้มากกว่านี้ แม้ตอนนี้พวกเค้ายังเอาตัวรอดกันได้แต่สำหรับเป้าหมายการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแล้วละก็ความสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ต้องคำนึง ผมไม่ได้พูดในแง่ฟอร์มการเล่นเท่านั้น มันอาจหมายถึงกรณีที่ใครซักคนได้รับบาดเจ็บจนเล่นไม่ได้ ” แฮรี่ คีเวลล์แสดงความห่วงใยลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล เตรียมเฮอลิสซงอาจได้คัมแบ็คเฝ้าเสาแดงเดือดวีคนี้

ลิเวอร์พูล

   ลิเวอร์พูลกำลังฟอร์มแจ่มในพรีเมียร์ลีกด้วยการชนะติดต่อกัน ทว่าอลิสซง เบ็คเกอร์นายทวารมือหนึ่งกลับไม่ค่อยได้มีส่วนร่วมกับทีมเลยเนื่องจากได้รับบาดเจ็บไปตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาล ทำให้เวลานี้ผู้รักษาประตูชาวบราซิลกำลังเร่งความฟิตอย่างหนัก(แม้ว่าคนอื่นๆถ้าไม่ติดทีมชาติจะได้พักก็ตาม)เพื่อหวังจะฟิตทันได้ออกสตาร์ทเฝ้าเสาในเกมที่จะบุกไปเยือนแมนยูฯในวันที่20ต.ค.นี้

    รายงานระบุว่าทั้งอลิสซง เบ็คเกอร์,อเล็ก อ็อกเลด-แชมเบอร์เลน และอดัม ลัลลานาคือสามนักเตะที่ไม่ขอหยุดพักในช่วงเบรกทีมชาติเนื่องจากนักเตะเหล่านี้ล้วนกระหายที่จะมีชื่อในศึกแดงเดือดที่จะต้องบุกไปเล่นเกมเยือนที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยสื่อในอังกฤษต่างพุ่งความสนใจไปที่การตัดสินใจของเจอร์เกน คล็อปป์ว่าจะให้โอกาสอลิสซง เบ็คเกอร์ได้กลับมาออกสตาร์ทเฝ้าเสาในเกมนี้เลยหรือไม่ เนื่องจากนายทวารตัวเก่งพักรักษาอาการบาดเจ็บไปนานและไม่ได้ลงสนามตลอด7เกมหลังสุดของพรีเมียร์ลีก

ริวัลโด้เร้าอลิสซงควรลงเฝ้าเสาให้ ลิเวอร์พูล ในเกมแดงเดือดแม้จะร้างสนามไปนาน

   ในห้วงเวลาสำคัญนี้เองรุ่นพี่ในทีมชาติบราซิลอย่างริวัลโด้ก็ได้ออกมาช่วยการันตีกับเจอร์เกน คล็อปป์อีกแรงว่าอลิสซง เบ็คเกอร์จะสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนเดิมแน่นอนแม้จะไม่ได้ลงเล่นเลยตลอดสองเดือนที่ผ่านมา “ อลิสซงขึ้นแท่นเป็นผู้รักษาประตูระดับโลกไปแล้ว ฉะนั้นการกลับมาลงสนามนัดแรกเพื่อรับมือกับเกมรุกของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจะไม่เป็นปัญหาสำหรับเค้าเลย เค้าจะช่วยให้เกมรับลิเวอร์พูลแข็งแกร่งเหมือนที่เคยเป็นมากอย่างแน่นอน ”

   “ แน่นอนว่าหากมีเกมให้ลงสนามเพื่อปรับตัวซักเล็กน้อยย่อมช่วยให้อลิสซงพร้อมกว่าที่เป็น แต่นี่คือเกมสำคัญ มันเป็นเกมที่นักฟุตบอลทั้งสองทีมต่างต้องการลงสนาม ดังนั้นความกระหายในการลงเล่นจะช่วยทดแทนสิ่งที่อาจจะขาดหายไปได้ อลิสซงพิสูจน์ตัวเองมาแล้วด้วยฝีไม้ลายมือในการป้องกันประตู และมันจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรไปเลยแม้ว่าสองเดือนมาแล้วเค้าจะไม่ได้ลงสัมผัสเกมการแข่งขันเลยก็ตาม มันอาจเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยงนิดๆ แต่ผมเชื่อว่าเจอร์เกน คล็อปป์จะให้โอกาสเค้า เพราะเค้ารู้ดีว่าการลงเล่นเกมนี้จะส่งผลดีต่อสภาพจิตใจของอลิสซงมากแค่ไหน ” ริวัลโด้อดีตดาวยิงบาซ่าทำนายไว้ล่วงหน้า

    หากอลิสซง เบ็คเกอร์ได้กลับมามีชื่อลงสนามในเกมแดงเดือดแล้วละก็ เชื่อว่าแฟนบอลแมนยูฯจะยิ่งช้ำใจอย่างมาก เนื่องจากทีมคู่ปรับนั้นได้ผู้เล่นตัวหลักกลับมาลงสนาม สวนทางกับเรดอาร์มีที่ผู้รักษาประตูกัปตันทีมอย่างดาบิด เด เคอาเพิ่งจะได้รับบาดเจ็บจากเกมทีมชาติและจะไม่มีชื่อลงสนามในเกมนี้อย่างแน่นอน