เชลซี บ่นเสียดายดร็อกบาบอกปัดโอกาสร่วมงานทีมสตาฟฟ์ให้แลมพาด

เชลซี

   หลังจากที่เชลซีได้ปีเตอร์ เช็กกลับมารับงานที่ปรึกษาสโมสร และแฟรงค์ แลมพาดนั่งแท่นกุนซือ ก็ทำให้แฟนบอลสิงห์บลูต่างตั้งความหวังที่จะเห็นอดีตขวัญใจอย่างดิริเย่ร์ ดร็อกบากลับมาร่วมงานอีกราย เพราะแฟรงค์ แลมพาดได้เคยเอ่ยปากชวนว่าจะได้หัวหอกชาวไอวอรี่โครสต์มาร่วมเป็นทีมงานสตาฟฟ์โค้ช แต่ในที่สุดก็ต้องผิดหวังเมื่อดร็อกบาได้บอกปัดโอกาสร่วมงานอดีตต้นสังกัด

    ดิริเย่ร์ ดร็อกบาเคยรับใช้เชลซีถึงสองครั้งและทำประตูให้สิงห์บลูถึง164ประตู และแฟรงค์ แลมพาดก็ยื่นข้อเสนอให้ดร็อกบาเพื่อหวังให้มารับโค้ช(กองหน้า)กับอดีตต้นสังกัดแต่ก็ต้องผิดหวัง “ ผมมีช่วงเวลาที่ดีกับเชลซี มันไม่เปลี่ยนแปลง และผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับโอกาสที่จะทำงานโค้ชกับสโมสร ทว่าผมต้องปฏิเสธไปเนื่องจากผมสนใจงานด้านอื่นมากกว่า ” ดร็อกบาที่เพิ่งแขวนเกือกกับสโมสรฟีนิกซ์ ไรซิง ในเมเจอร์ลีกของสหรัฐอเมริกา(เลิกเล่นในปี2018)กล่าวอย่างเสียดาย

ดร็อกบาอดีตนักเตะ เชลซี แจงเหตุผลเพื่อหวังชิงตำแหน่งสมาคมฟุตบอลไอวอรี่โครสต์

   ดร็อกบาในวัย41กะรัตที่รับใช้ทีมชาติไอวอรี่โครสต์มากว่า105นัดและซัลโวไป65ประตู และเจ้าตัวก็หวังที่เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนให้กับวงการฟุตบอลในบ้านเกิด “ ด้วยความเคารพต่อเชลซีผมได้บอกกับพวกเค้าอย่างจริงใจว่างานโค้ชยังไม่ใช่สิ่งที่ผมสนใจ ผมอยากโฟกัสภาพใหญ่กว่านั้นโดยเฉพาะการวางโครงสร้างฟุตบอลในบ้านเกิดของผม วงการฟุตบอลไอวอรี่โครสต์ยังมีหลายอย่างที่ต้องจัดการและผมก็หวังจะได้เป็นในฟันเฟืองที่จะขับเคลื่อนสมาคมฟุตบอลของเรา ”

    “ เรามีนักฟุตบอลชั้นยอดมากมายที่ไปค้าแข้งในยุโรป ในขณะที่ลีกฟุตบอลของไอวอรี่โครสต์ยังคงย่ำอยู่กับที่ เราต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อในอนาคตข้างหน้านักเตะเก่งๆอาจไม่ต้องไปค้าแข้งนอกประเทศอีกแล้ว ผมมีความมุ่งมั่นที่จะปฏิวิติวงการฟุตบอลของเราให้กลายเป็นลีกที่แข็งแกร่งระดับทวีป ”

    โดยดร็อกบาตั้งเป้าที่จะลงสมัครเลือกตั้งเพื่อรับตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลของไอวอรี่โครสต์ “ ผมมีโปรเจกดีๆเพียบ ซึ่งต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย และเราจะได้เห็นกันว่ามันจะไปในทิศทางไหน ผมหวังว่าแฟนบอลเชลซีจะเข้าใจในภารกิจที่ผมต้องลงมือทำ มันเป็นส่วนหนึ่งในความภาคภูมิใจของผม ” โดยดร็อกบาประสบความสำเร็จกับเชลซีอย่างโชกโชน โดยเค้าสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก4สมัย,เอฟเอคัพ4สมัย,ลีกคัพ3สมัย และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีกหนึ่งสมัย