มาร์กเซย ตาดีจ้องฉกซิดนี่ย์ตาบาเรซมิดฟิลด์ชุดU-18ของเลสเตอร์

มาร์กเซย

   โอลิมปิค มาร์กเซยที่กำลังฟอร์มดีรั้งรองจ่าฝูงลีกเอิงได้วางแผนที่จะเสริมแกร่งเพื่อเตรียมทีมให้พร้อมกับการจะได้รับสิทธิไปเตะถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า โดยเป้าหมายในครั้งนี้คือซิดนี่ย์ ตาบาเรซมิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย18ปีของเลสเตอร์ ซิตี้

   ตาบาเรซเข้าร่วมทีมอะคาเดมี่ของเลสเตอร์ตั้งแต่อายุ9ขวบ และก็สามารถพัฒนาฝีเท้าขึ้นตามลำดับจนมีชื่อติดทีมชาติโปรตุเกสชุดอายุต่ำกว่า18 และ19ปีมาแล้ว และแบรนดอน ร็อดเจอร์สก็เพิ่งจะจับเซ็นสัญญาอาชีพเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่ทว่า ณ ปัจจุบันตาบาเรซก็ยังคงได้ลงเล่นในทีมเลสเตอร์ ซิตีชุดU-18 และ U-23 เท่านั้น ซึ่งถือเป็นเรื่องไม่สมควรในสายตาของอังเดร วิลัช โบอาซกุนซือมาร์กเซย เนื่องจากโบอาซมองว่ามิดฟิลด์รายนี้ได้ยกระดับฝีเท้าขึ้นไปมากแล้วจึงควรได้รับโอกาสลงเตะในลีกระดับสูงสุดเสียที

อาจไม่ง่ายสำหรับ มาร์กเซย เมื่อมีหลายทีมร่วมเเจมตาบาเรซ

    จึงทำให้โบอาซหวังจะใช้ความเป็นชาวโปรตุเกสด้วยโน้มน้าวใจให้ตาบาเรซยอมมาช่วยงานที่สต๊าดเวโลโดม อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็อาจไม่ราบรื่นนักเมื่อยังมีทีมดังอีกเพียบที่อยากได้ตัววันเดอร์คิดรายนี้ อาทิปารีส แซงต์ แชร์กแมง,โบรุทเซีย,ดอร์ทมุนด์ยูเวนตุส,แอตมาดริด และนาโปลี

เป๊ป รับโฟเด้นต้องสะสมประสบการณ์เพิ่มยันหนุนขึ้นชุดใหญ่แน่นอน

    ก่อนหน้านี้เป๊ป กวาร์ดิโอล่าออกอาการหวงแหนในตัวฟิล โฟเด้นมาโดยตลอดแม้ว่าจะมีเหล่ากูรูแนะว่าควรปล่อยให้ดาวรุ่งรายนี้ออกไปแบบยืมตัวเพื่อให้ได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอก็ตาม “ โฟเด้นมีความสำคัญต่อทีมเรา ผมเห็นพัฒนาการของเค้าในทุกๆสัปดาห์ แน่นอนหากได้ลงเล่นมากกว่านี้ย่อมเป็นผลดีต่อเค้า แต่ผมกลับเห็นว่านักเตะของผมก็ได้เรียนรู้เช่นกันยามที่เค้าต้องรอคอยโอกาสที่ข้างสนาม แมนซิตี้คือทีมชั้นนำคุณต้องอยู่ในมาตรฐานระดับสูงเท่านั้นถึงจะได้รับโอกาส นั่นคือสิ่งที่เค้าต้องเรียนรู้ ผมปฏิบัติต่อเค้า(โฟเด้น)เทียบเท่ากับคนอื่นๆ ผมไม่ได้มองว่าเค้าคือดาวรุ่งที่ได้รับการปกป้อง ”

   “ โฟเด้นได้ประสบการณ์อย่างมากในเกมนี้ เค้ายังเรียนรู้ได้อีกเยอะ ยังเร็วเกินไปที่เปรียบเทียบเค้ากับดาบิด ซิลวา หรือเควิน เดอ บรอยด์ แต่ถ้าเค้ายังไม่หยุดเรียนรู้เค้าก็สามารถเทียบชั้นกับรุ่นพี่เหล่านี้ได้ในอนาคต ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าโฟเด้นมีศักยภาพไปถึงจุดนั้นได้ ” เป๊ป กวาร์ดิโอล่ากล่าวอย่างมั่นใจ

วิเอร่า ปริปากแล้วสนใจกลับมาคุมทีมอาร์เซนอลอยู่เหมือนกัน

วิเอร่า

    ทั้งที่ก่อนหน้านี้ปาทริค วิเอร่าจะอุบเงียบเรื่องกระแสร่ำลือให้กลับมานั่งแท่นผู้จัดการทีมให้กับอดีตต้นสังกัดอย่างอาร์เซนอล ทว่าล่าสุดอดีตกัปตันทีมปืนใหญ่ก็ได้ออกมายอมรับแล้วว่าเจ้าตัวก็ให้ความสนใจกับโอกาสทำงานที่เอมิเรตส์สเตเดี้ยมเช่นกัน

    “ ผมยังมีสัญญาอยู่กับนีซ และผมเป็นมืออาชีพพอดังนั้นสมาธิของผมทั้งหมดอยู่ที่นี่ ไม่มีความอึดอัดใดๆผมแฮปปี้กับงานตรงนี้ นีซตั้งเป้าหมายที่ท้าทายไว้อีกมากซึ่งเราต้องค่อยเต็มเติมมันไปทีละน้อย นั่นคือความจริงที่เป็นอยู่ ” กุนซือวัย43ปีกล่าวยืนยันว่ายังทุ่มเทกับตำแหน่งกุนซือทีมนีซเหมือนเดิม

     อย่างไรก็ตามวิเอร่าก็ยอมรับเช่นกันว่าหากอาร์เซนอลติดต่อเข้ามาจริงก็คงยากที่จะปฏิเสธเช่นเดียวกัน “ ยังไม่มีการติดต่อใดๆทั้งนั้น แต่ถ้าถามว่าแล้วถ้าอาร์เซนอลติดต่อเข้ามาละก็ ผมคงพิจารณาอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง ผมรับใช้อาร์เซนอลมาเกือบสิบปีผมมีความผูกพันธ์กับสโมสร ฉะนั้นผมคงไม่อาจมองข้ามโอกาสดีๆแบบนี้ไปได้หรอก แต่มันก็ยังเป็นเรื่องของอนาคตเท่านั้น ผมไม่ได้ตั้งความหวังไว้กับมันซักเท่าไหร่ ”

ปืนโตลือไปเรื่อยทั้ง วิเอร่า ,โควัช&มาร์เซลิโน่ต่างมีชื่อเป็นตัวเลือก

     หลังจากความพ่ายแพ้ในเกมกับไบร์ทตัน1-2แม้จะทำให้อาร์เซนอลทำลายสถิติอันสุดห่วยในรอบ42ปีด้วยการไม่ชนะเลย10เกมรวด แต่ดูเหมือนบอร์ดบริหารของทีมปืนใหญ่ก็ยังคงไม่แยแสกับปัญหาในจุดนี้เนื่องจากยังไม่มีวี่แว่วพวกเค้าจะแต่งตั้งผู้จัดการทีมถาวรคนใหม่เสียที

    เฟดริก ลุงเบิร์กกุนซือขัดตาทัพของพลพรรคปืนใหญ่ผลงานก็ยังคงเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ ซึ่งแน่ชัดแล้วว่าคงไม่อาจฝากฝังให้ทำทีมแบบจริงจังได้ แต่รายงานระบุว่าอาร์เซนอลก็ยังคงให้ลุงเบิร์กคุมทีมต่อไปก่อน เนื่องจากพวกเค้าก็ยังไม่สามารถตกลงกับผู้จัดการทีมคนใหม่ได้เช่นกัน แม้ว่ากุนซือตัวเลือกที่พัวพันกับอาร์เซนอลจะมีมากมายก็ตาม อาทิ ปาทริค วิเอร่า,แบร็นดอน ร็อดเจอร์ส,มักซิมิเลียโน่ อัลเลกรี และ นูโน่ เอสปิริโต ซานโต้

    มีแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือว่าระบุว่ากุนซือคนใหม่ของอาร์เซนอลนั้นได้ถูกล็อคสเป็คเอาไว้แล้วนั่นคือจะต้องเป็นกุนซือที่สโมสรไม่เสียค่าใช้จ่ายในการฉีกสัญญา ซึ่งนั่นทำให้ล่าสุด นิโก้ โควัช(อดีตกุนซือบาเยิร์น มิวนิค) และมาร์เซลินา(อดีตกุนซือบาเลนเซีย)ต่างมีชื่อเป็นตัวเลือกในตำแหน่งว่าที่กุนซือคนใหม่ของอาร์เซนอลขึ้นมาทันที

บาเซโลน่า ทวงคืนบุญคุณเสือใต้ขอตัวติอาโก้กลับไปค้าแข้งในสเปน

บาเซโลน่า

   อย่างที่เราทราบกันดีว่าบาเซโลน่าได้ปล่อยตัวฟิลิปเป้ คูตินโญ่ให้มาช่วยปั้นเกมรุกให้กับบาเยิร์น มิวนิคซึ่งผลงานของเพลเมกเดอร์ชาวบราซิลเลี่ยนก็ถือว่าน่าพึงพอใจเมื่อเจ้าตัวยิงไปแล้ว3ประตูพร้อมสร้างโอกาสให้เพื่อนได้อีก5แอสซิสต์จนส่อแววว่าทีมดังแห่งเมืองเบียร์ก็คงจะทำการซื้อขาดคูตินโญ่มาเป็นกรรมสิทธิโดยชอบธรรมในช่วงซัมเมอร์หน้า ทว่าทีมเจ้าบุญทุ่มกลับหัวใสหวังเปลี่ยนดีลนี้ไปเป็นการขอแลกตัวหัวใจในแดนกลางอย่างติอาโก้ อัลกันตาร่า

   ติอาโก้ อัลกันตาร่าเป็นกำลังสำคัญของเสือใต้มาโดยตลอดนับตั้งแต่ย้ายมาในปี2013 ทว่ากองกลางชาวสเปนก็เริ่มจะอิ่มตัวกับชีวิตในเมืองเบียร์แล้ว เมื่อสั่งสมถ้วยรางวัลในแผ่นดินเยอรมันมาแล้วอย่างมากมาย ไล่เรียงตั้งแต่แชมป์บุนเดสลีก้า6สมัย,แชมป์เดเอฟเบ โพคาล3สมัย และถ้วยเยอรมันซุปเปอร์คัพอีก3สมัย และดูเหมือนว่าบาเซโลน่าเองก็จะรู้ใจอดีตเด็กฝึกจากอะคาเดมี่รายนี้อยู่ไม่น้อย จนวางแผนที่จะดึงตัวกลับมาช่วยงานในบ้านเกิด โดยทีมเจ้าบุญทุ่มเชื่อว่าความสัมพันธ์ดีจากการปล่อยคูตินโญ่ให้ยืมใช้งานก่อนหน้าจะทำให้บาเยิร์น มิวนิคไม่กล้าปฏิเสธคำขอดังกล่าว

บาเยิร์นชั่งใจเลือกติอาโก้หรือคิมมิชเพื่อปิดดีลกับ บาเซโลน่า

    เนื่องจากฟิลิปเป้ คูตินโญ่มีเงื่อนไขซื้อขาดที่120ล้านยูโรซึ่งเม็ดเงินจำนวนนี้ก็ทำเอาบาเยิร์น มิวนิคก็หนักใจอยู่ไม่น้อย ดังนั้นหากจะมีทางที่จะลดรายจ่ายจำนวนนี้ลงมาก็เชื่อว่าเสือใต้คงต้องยอมตกลงอย่างแน่นอน แต่มันมีประเด็นที่ว่าทีมดังแดนสเปนได้เล็งนักเตะเสือใต้ไว้ด้วยกันสองรายสำหรับการสลับตัวกับคูตี้นั่นก็คือ ติอาโก้ อัลกันตาร่า และโจชัว คิมมิช

     โดยเชื่อว่าทีมแชมป์เก่าบุนเดสลีก้าน่าจะเลือกปล่อยตัวมิดฟิลด์ชาวสเปนมากกว่าเนื่องจากผลงานในปีนี้ค่อนข้างตกลงไปพอสมควร โดยมีการประเมินกันว่าติอาโก้ อัลกันตาร่าน่าจะมีค่าตัวราว70ล้านยูโรจึงทำให้บาเยิร์นจะเหลือภาระหนี้สินกับบาซ่าอีกเพียง50ล้านยูโรเท่านั้นหากดำเนินการแลกตัวกับคูตินโญ่ อย่างไรก็ตามก็ไม่มีอะไรการันตีแน่นอนว่าบาเซโลน่าจะได้อากัลตาร่าไปแบบง่ายๆเนื่องจากทีมอย่างแมนซิตี้,อินเตอร์ และเชลซีต่างก็หมายตากองกลางชาวสเปนรายนี้อยู่ด้วยนั่นเอง

เปโดร รับอาจโบกลาสิงห์หลังจบซีซั่นเผยมีทีมตามจีบเพียบ

เปโดร

   นับตั้งแต่แฟรงค์ แลมพาดตั้งธงว่าจะสร้างเชลซีขึ้นมาด้วยนักเตะแกนหลักจะอะคาเดมี่ก็ทำให้แข้งซีเนียร์หลายรายต้องลงเอยด้วยการเป็นตัวสำรอง แล้วนั่นก็คือชะตากรรมอันน่าเห็นใจของเปโดร โรดริเกรซที่ซีซั่นนี้เพิ่งจะมีเวลาลงเล่นในพรีเมียร์ลีกรวมกันเพียง306นาทีเท่านั้น(4นัด) จนทำให้ตัวนักเตะเองออกมาเปิดใจว่ากำลังพิจารณาเรื่องการย้ายออกจากเชลซีเช่นกัน หลังจากมีสโมสรอื่นๆยื่นความสนใจผ่านเอเยนต์เข้ามาแล้ว

    เปโดรมีสัญญากับเชลซีถึงกลางปีหน้าเท่านั้นซึ่งทำให้เจ้าตัวสามารถพิจารณาข้อเสนอจากสโมสรอื่นเพื่อเซ็นย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวได้เลยในช่วงเดือนมกราคมนี้และเจ้าตัวก็ยอมรับว่ามีการทาบทามเข้ามาจากสโมสรอื่นๆบ้างแล้ว “ อย่างที่เราทราบกันสัญญาผมกำลังจะหมดลงในอีกไม่กี่เดือน และก็มีการทาบทามเข้ามาจากทีมอื่นๆพอสมควร ซึ่งผมยังไม่ได้ตัดสินใจ”

เปโดร อาจย้ายไปสเปน เเต่ไม่ปิดโอกาสต่อสัญญาเชลซี

    “ โอกาสยังคงเปิดกว้าง แม้ครอบครัวผมจะอยากให้กลับไปค้าแข้งในสเปนมากกว่า ซึ่งข้อเสนอจากสเปนก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ปีนี้ผมไม่ค่อยได้ลงสนามมากนักแต่การที่มีข้อเสนอยื่นเข้ามามันก็ทำให้ผมมั่นใจขึ้น ผมยังหนุ่มแน่นและยังเล่นฟุตบอลระดับสูงได้อีกหลายปี ”

     กระนั้นเองปีกเลือดกระทิงก็ยังไม่ปิดโอกาสที่อาจต่อสัญญากับเชลซีเช่นกัน “ อย่างที่ผมบอกทุกอย่างมีความเป็นไปได้ทั้งนั้น ชีวิตความเป็นอยู่ในลอนดอนสำหรับผมก็ถือว่ายอดเยี่ยม แต่เราคงต้องรอดูกันไป ”

อลอนโซ่ ส่อแววย้ายออกอีกรายหลังแลมพาดเล็งแบ็คซ้ายตัวใหม่

    แม้ว่าแฟนบอลเชลซีจะดีอกดีใจที่ฟีฟ่าประกาศลดโทษแบนห้ามลงทะเบียนผู้เล่นใหม่ในช่วงเดือนมกราคมนี้จนทำให้แลมพาดจะสามารถซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพกับเค้าได้เสียที(ช่วงซัมเมอร์เชลซีขายออกได้อย่างเดียวซื้อเข้าไม่ได้) ทว่าสิ่งที่ตามมาคือข่าวการเล็งแบ็คซ้ายตัวใหม่อย่างเบน ชิลเวลล์ของเลสเตอร์ ซิตี้ซึ่งทำให้มาร์กอส อลอนโซ่ชักไม่ค่อยแฮปปี้จนอาจต้องตัดสินใจอำลาทีมไปอีกราย

    มาร์กอส อลอนโซ่ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นอยู่ก่อนแล้ว(ลงเล่น13นัดรวมทุกรายการ)นับตั้งแต่แฟรงค์ แลมพาดเข้ามานั่งแท่นผู้จัดการทีม ซ้ำยังน่าจะได้รับไฟเขียวให้ย้ายออกได้ทันทีหากเจ้าตัวต้องการ ซึ่ง ณ เวลานี้ฟูลแบ็ควัย28ปีก็ได้รับความสนใจจากทั้งยูเวนตุส และอินเตอร์มิลาน โดยอลอนโซ่ที่มีสัญญาอยู่กับสิงห์บลูถึงปี2023น่าจะมีค่าตัวราว35ล้านปอนด์

ชากิรี่ หูผึ่งคล็อปป์ยันเองหากกลับมาฟิตสมบูรณ์ก็พร้อมให้ลงเล่น

ชากิรี่

    เป็นธรรมดาของชะตากรรมนักเตะที่ไม่ค่อยได้ลงสนามที่มักลงเอยด้วยข่าวลือว่าอาจย้ายไปที่นั่นที่นี่ เซอร์ดาน ชากิรี่ปีกจอมทักษะของลิเวอร์พูลก็อยู่ในเกณฑ์นั้นเมื่อนับเวลารวมในซีซั่นนี้เจ้าตัวเพิ่งได้ลงสนามไปเพียง25นาที(เปลี่ยนตัวลงเล่น4ครั้ง)เท่านั้น ว่ากันว่าดาวเตะชาวสวิตซ์เริ่มไม่มีความสุขกับชีวิตในแอนด์ฟิลด์พร้อมกับอาจตัดสินใจย้ายทีมในช่วงปีใหม่ ทว่าเจอร์เกน คล็อปป์กุนซือใหญ่ของลิเวอร์พูลก็ได้ออกมาย้ำเตือนความมั่นใจให้ชากิรี่ว่ายังคงเป็นแข้งคนสำคัญอยู่เหมือนเดิม หากแต่ที่ผ่านมาเจ้าตัวยังไม่ฟิตสมบูรณ์เต็มร้อยจึงยังไม่ค่อยได้รับโอกาสเท่านั้นเอง

    “ เค้าไม่ได้มีส่วนร่วมกับทีมในช่วงหลังด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บ(น่อง)แต่ตอนนี้เค้ากลับมาซ้อมได้เต็มที่แล้ว ผมดีใจที่เค้ากลับมาในช่วงสำคัญ ลิเวอร์พูลกำลังเข้าสู่โปรแกรมการลงเตะแบบถี่ยิบ การได้ชากิรี่กลับมาเป็นทางเลือกคือสิ่งที่ผมต้องการ  ”

     อย่างไรก็ตามเจอร์เกน คล็อปก็ได้ยืนยันว่าดาวเตะวัย28ปีไม่อยากให้ชากิรี่ต้องรีบเร่งความฟิตเพื่อกลับมาเป็นตัวเลือก “ เราอยากให้มันค่อยเป็นค่อยไป ชากิรี่ร้างสนามไปพักใหญ่ มันต้องใช้เวลากว่าที่เค้าจะกลับมาเข้าที่เข้าทาง เมื่อชากิรี่กลับมาฟิตเต็มร้อยเค้าก็จะได้โอกาสลงสนาม ”

ชากิรี่ อยากได้แชมป์พรีเมียร์ลีกจึงยังไม่คิดย้ายหนีหงส์แดง

      มีความเป็นไปได้อย่างมากที่ชากิรี่จะยังคงปักหลักค้าแข้งในแอนด์ฟิลต่อไป เพราะไม่เพียงแต่เจอร์เกน คล็อปป์จะยังให้ความไว้ใจในตัวนักเตะเท่านั้น ทว่าในส่วนของชากิรี่เองเจ้าตัวก็ปรารถนาที่จะได้สัมผัสถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกซักครั้ง ซึ่งการเลือกเป็นสมาชิกของลิเวอร์พูลต่อไปดูจะเอื้อประโยชน์ต่อเป้าหมายมากกว่า เนื่องจากในเวลานี้ทีมต้นสังกัดของเค้านำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกแบบสบายมือ(ทีมรองจ่าฝูงอย่างเลสเตอร์ซิตี้ตามหลังอยู่ถึง8คะแนน)

      เซอร์ดาน ชากิรี่เป็นกำลังสำคัญของลิเวอร์พูลเมื่อซีซั่นก่อน ด้วยการลงเล่นไปถึง30เกมพร้อมกับยิงไป6ประตูและทำทางให้เพื่อนอีก5แอสซิสต์ แม้ว่าเจ้าตัวจะพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกมาครองได้สำเร็จ ทว่ากลับพลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกไปอย่างน่าเจ็บใจเนื่องจากลิเวอร์พูลมีแต้มป็นรองแมนซิตี้เพียงคะแนนเดียว(ลิเวอร์มี97คะแนน แต่แมนซิตี้มี98คะแนน) จึงทำให้ในซีซั่นนี้ชากิรี่ตั้งเป้าที่จะฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกกับชาวเดอะค็อปให้จงได้

ราชันย์ชุดขาว ลงดาบเบลแยกซ่อมเดี่ยวหลังดราม่าธงมังกรแดง

ราชันย์ชุดขาว

    มีความเป็นไปได้สูงเหลือเกินที่เราอาจจะไม่ได้เห็นแกเร็ธ เบลสวมยูนิฟอร์มราชันย์ชุดขาวของรีล มาดริดอีกแล้ว เพราะปีกชาวเวลส์ได้ถูกซีนาดีน ซีดานจับแยกซ้อมเดี่ยวเป็นที่เรียบร้อยโดยเป็นไปตามใบสั่งของผู้บริหารสโมสร ทั้งที่ก่อนหน้านี้เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสเคยให้ความเห็นว่าประเด็นการฉลองผ่านธงชาติเวลส์(มีข้อความส่อไปทางเหยียดสโมสร)นั้นเป็นการตีความกันเองจนเกินจริงแล้วก็ไม่คิดจะลงโทษกับนักเตะแต่อย่างใด

    ทันทีที่เสร็จสิ้นภารกิจทีมชาติแกเร็ธ เบลก็ได้กลับมารายงานตัวกับต้นสังกัด ทว่าดาวเตะวัย30กะรัตกลับถูกแจ้งให้แยกซ้อมจากเพื่อนๆในทีมชุดใหญ่โดยทันที ซึ่งเจ้าตัวก็ดูจะไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนกับการถูกลงดาบในครั้งนี้เลยแม้แต่น้อย จึงเป็นที่แน่นอนแล้วว่าในโปรแกรมการแข่งขันที่รีล มาดริดจะบุกไปเยือนรีล โซเซียดัด เบลจะไม่มีชื่ออยู่ในทีม(แม้แต่รายชื่อสำรอง)ชุดดังกล่าว และอาจจะไม่ได้รับโอกาสลงเล่นให้รีล มาดริดอีกต่อไป เพราะเค้าคงจะถูกขายทิ้งในช่วงเปิดตลาดฤดูหนาวอย่างอย่างแน่นอน

     แม้ว่าสถานการณ์ย้ายทีมของแกเร็ธ เบลจะยังไม่ชัดเจนว่าเจ้าตัวจะหาทีมใหม่ได้ง่ายๆเนื่องจากค่าเหนื่อยที่ปีกมังกรแดงรับอยู่ปัจจุบันสูงถึงสัปดาห์ละ650,000ปอนด์ ซ้ำเอเยนต์ส่วนตัวก็แสดงจุดยืนมาตลอดว่านักเตะรายนี้ต้องการรับค่าเหนื่อยที่ไม่น้อยกว่าเดิมในการย้ายทีมครั้งต่อไป จนทำให้ดูเหมือนว่าจะมีเพียงแต่การเลือกย้ายไปค้าแข้งในลีกจีนเท่านั้นที่จะเข้ากับเงื่อนไขที่แกเร็ธ เบลต้องการ

เบลนักเตะของ ราชันย์ชุดขาว กลับคำยอมลดค่าเหนื่อยเพื่อย้ายทีมโดยมีไก่&ผีเป็นตัวเลือก

      อย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้อยู่เหมือนกันที่เบลจะอยู่โชว์ฝีเท้าในแผ่นดินยุโรปต่อไป โดยมีข่าวว่าโชเซ่ มูรินโญ่กุนซือใหม่ป้ายแดงของสเปอร์สต้องการที่จะดึงตัวปีกทีมชาติเวลส์กลับมาเล่นให้ทีมเก่าอีกครั้ง(เบลเคยเล่นให้สเปอร์สมาแล้วช่วง2007-2013)แม้ว่าทีมดังแห่งลอนดอนจะไม่สามารถจ่ายค่าจ้างได้สูงเท่ากับที่นักเตะได้รับในสเปนก็ตาม

      ด้านแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดก็ติดใจในฝีเท้าของแกเร็ธ เบลเช่นกัน ในขณะที่รีล มาดริดเองก็หมายตาปอล ป็อกบามิดฟิลด์ของผีแดงอยู่ด้วย ดั้งนั้นโซลชา(กุนซือแมนยูฯ)จึงหวังใช้โอกาสนี้ขอสลับตัวผู้เล่นกันไปพร้อมกับขอค่าส่วนต่างเล็กน้อย(ป็อกบาอายุน้อยกว่าน่าจะมีค่าตัวแพงกว่าเบล)เป็นการตอบแทน แต่กระนั้นอสูรแดงก็คงไม่อาจจ่ายค่าเหนื่อยระดับ650,000ปอนด์ต่อวีกให้เบลได้เช่นเดียวกัน

     เป็นที่คาดการกันว่าเบลและเอเยนต์อาจพิจารณาเงื่อนไขเหล่านี้อีกครั้งในช่วงปีใหม่ และอาจยอมหั่นค่าเหนื่อยตัวเองลงเพื่อจะได้เล่นฟุตบอลในระดับสูงต่อไป เนื่องจากตัวเบลเองก็ไม่ปรารถนาที่จะย้ายไปค้าแข้งในลีกที่อ่อนกว่าอย่างไชนีสซุปเปอร์ลีกของจีนนั่นเอง

อิบรา ใกล้อำลาเมเจอร์ลีกเล็งกลับมาโชว์เพลงเตะในลีกเลี่ยน

อิบรา

     สลาตัน อิบราฮิโมวิชกองหน้าวัยดึกกำลังนับถอยหลังที่จะกลับมาค้าแข้งในยุโรปอีกครั้ง หลังจากที่แวะไปแสดงอภินิหารในเมเจอร์ลีกซอคเกอร์ของประเทศสหรัฐอเมริกามาราว2ปี โดยมีข่าววงในออกมาลือกันแล้วว่าดาวเตะวัย38กะรัตมีเป้าหมายที่จะกลับมาค้าแข้งในลีกอิตาลี่อีกครั้ง

     ในเวลานี้มีทีมอย่างโบโลญญ่า,มิลาน และนาโปลีที่ต่างก็ให้ความสนใจในตัวของสลาตัน อิบราฮิโมวิช เนื่องจากพวกเค้าจะสามารถเซ็นสัญญากับดาวยิงชาวสวีเดนได้แบบไร้ค่าตัวทันทีในช่วงปีใหม่ เนื่องจากนักเตะกำลังจะหมดสัญญากับแอลเอ แกแล็คซี่ในช่วงสิ้นเดือนธันวาคมนี้นั่นเอง โดยอิบราฮิโมวิชได้ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าเค้ามีโอกาสที่จะกลับมาค้าแข้งศึกกัลโช่อีกครั้ง “ ใช่ผมเคยเล่นในกัลโช่มาแล้ว แต่บอกเลยว่าตอนนี้ผมแข็งแกร่งกว่าเดิม ฉะนั้นบอกเลยว่าแฟนบอลที่ในอิตาลี่ ถ้าผมได้กลับไปเล่นที่นั่นละก็พวกคุณจะได้ว๊าวกับผมอีกแน่นอน เตรียมใจไว้ได้เลย ”

      สลาตัน อิบราฮิโมวิชลงเล่นให้ลอสแองเจลิสไป58นัดพร้อมกับยิงไป53ประตู เรียกได้ว่าฝีเท้าของเค้ายังคงยอดเยี่ยมเหมือนเดิม จนทำให้ตัวเค้าจะกลายเป็นนักเตะที่เนื้อหอมสุดๆสำหรับตลาดซื้อขายผู้เล่นรอบต่อไปในช่วงปีใหม่

มิลานได้เฮ!ไรโอล่าประสานงานหวังดึง อิบรา กลับซานซิโร่อีกคำรบ

   ในเวลาเดียวกันก็มีข่าวอีกกระแสที่ระบุว่ามิโน่ ไรโอล่าเอเยนต์คนดังแห่งวงการลูกหนังพร้อมประสานงานเพื่อดึงตัวอิบราฮิโมวิชกลับมาเล่นให้มิลานเป็นครั้งที่สอง หลังจากที่เจ้าตัวเคยค้าแข้งกับรอสโซเนรี่มาแล้วในช่วงปี2010-2012

    มิโน่ ไรโอล่านั้นจัดว่าเป็นเอเยนต์ระดับเซเลบของวงการฟุตบอลยุคปัจจุบัน เนื่องจากนักเตะที่อยู่ในการดูแลของเค้าล้วนแล้วแต่เป็นนักเตะชื่อดังทั้งสิ้น อาทิ ปอล ป็อกบา,เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์,จิอันลุยจิ ดอนนารุมม่า และสลาตัน บราฮิโมวิช จึงทำให้มิลานจำเป็นต้องพึ่งพาเค้าสำหรับภารกิจการดึงอิบรากลับมาค้าแข้งในแดนมักกะโรนีในครั้งนี้

    เท่านั้นยังไม่พอรายงานยังยืนยันเพิ่มเติมอีกว่าจิอันลุยจิ ดอนน่าลุมม่านายทวารดีกรีทีมชาติอิตาลี่ที่ยังคงดึงเชงเรื่องการสัญญาฉบับใหม่มาตลอด ก็จะสามารถบรรลุข้อตกลงกับมิลานได้ในไม่ช้า เนื่องจากมิโน่ ไรโอล่าก็เป็นตัวแทนในการดูแลผลประโยชน์ออกโรงมาหาข้อสรุปให้เอง และหากสำเร็จไปได้ด้วยดีก็จะกลายเป็นข่าวดีเอามากๆสำหรับแฟนบอลมิลาน

แมนยู พร้อมจ่ายเงินสอยซาฮาร์เด็กเก่าจากพาเลซแม้โดนโขกราคา

แมนยู

    หลังจากผลงานเกมรุกของแมนยูฯในช่วงหลังเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แต่สิ่งที่ยังคงเป็นรอยด่างก็คือการขาดความคงเส้นคงวา จนผลการแข่งขันยังวนเวียนเป็นแพ้,ชนะ และเสมอสลับกันไปมาอยู่เรื่อย จนโอเล่ กุนน่า โซลชาอาจยอมเบิกเงินในคลังปีศาจแดงอีกครั้งเพื่อคว้าตัวปีกหน้าเก่าอย่างวิลฟรีด ซาฮาร์กลับมาช่วยเดินเกมริมเส้นอีกครั้ง

    วิลฟรีด ซาฮาร์มีข่าวเรื่องการย้ายออกจากทีมคริสตัล พาเลซตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยมีอาร์เซนอลเป็นตัวเต็งในเวลานั้นก่อนที่การเจรจาค่าตัวของปีกวัย26ปีกลับยืดเยื้อจนทีมปืนใหญ่เปลี่ยนใจไปเซ็นสัญญากับนิโกล่า เปเป้แทน ส่วนซาฮาร์ก็ยังคงต้องรับสภาพการเป็นผู้เล่นปราสาทเรือนแก้วต่อไป ทว่าก็เล่นแบบไม่มีใจจนทำให้ซาฮาร์ยังยิงประตูไม่ได้เลยและทำทางให้เพื่อนได้เพียงหนึ่งแอสซิสต์เท่านั้นจากการลงเล่นไปแล้ว15เกมจากทุกรายการ

     แต่ถึงแม้ว่าผลงานปัจจุบันจะดูไม่ร้อนแรงเหมือนเก่า โซลชาก็พร้อมยอมจ่ายเงินกว่า70ล้านปอนด์เพื่อดึงอดีตเด็กเก่ารายนี้กลับมาช่วยงานอยู่ดี โดยคาดว่าจะมีการยื่นข้อเสนอดังกล่าวเข้าไปให้คริสตัล พาเลซพิจารณาทันทีที่ตลาดซื้อขายผู้เล่นเปิดทำการอีกครั้งในช่วงเดือนมกราคมปีหน้า

แมนยู ได้เปรียบทีมอื่นเพราะมีออปชั่นคว้าตัวซาฮาร์แบบสุดถูก

      เมื่อครั้งที่อาร์เซนอลกับคริสตัล พาเลซทำการเจรจาเรื่องค่าตัวของซาฮาร์นั่นราคาค่าตัวปีกชาวไอวอรี่โครสต์สูงแตะ80ล้านปอนด์ ด้วยเม็ดเงินที่สูงลิบทำให้การเจรจาต้องล่มลงกลางทาง ทว่าหากแมนยูฯต้องการเจรจากับคริสตัลพาเลซ พวกเค้ากลับจะสามารถได้ตัวในราคาที่เบากว่ามากเนื่องจากตัวนักเตะมีการพ่วงรายละเอียดไว้ว่าจะต้องจ่ายส่วนแบ่ง20%ของค่าตัวในการย้ายทีมให้กับปีศาจแดง ซึ่งเมื่อพวกเค้าเป็นฝ่ายขอซื้อกลับเองก็เท่ากลับจะได้ส่วนต่าง20%ตรงนี้ไปเป็นส่วนลดโดยปริยาย

      ข่าววงในระบุอีกว่าแมนยูฯจะสามารถขอซื้อวิลฟรีด ซาฮาร์กลับมาได้ในราคาเพียง70ล้านปอนด์เท่านั้น แล้วหากบอร์ดของพาเลซยอมเปิดไฟเขียว เชื่อว่าตัวนักเตะเองก็น่าจะตกลงกลับไปสวมยูนิฟอร์มผีแดงอีกครั้งอย่างแน่นอน เนื่องจากซาฮาร์เคยพูดไว้แล้วว่าเค้าอยากเล่นถ้วยยุโรปอย่างยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งการย้ายไปเล่นกับแมนยูฯย่อมมีโอกาสสูงมากยิ่งขึ้นที่จะสามารถลงเล่นในรายการดังกล่าว     

แวร์เนอร์ เป้าหมายต่อไปของคล็อปป์หวังปิดดีลให้ได้ช่วงปีใหม่

แวร์เนอร์

   อย่างที่ทราบกันดีว่าติโมร์ แวร์เนอร์นั้นได้อัพเกรดฝีเท้าขึ้นมาตลอดหลายปีกระทั่งในเวลานี้เจ้าตัวก็ได้กลายเป็นหัวหอกเบอร์ต้นๆของวงการฟุตบอลเยอรมัน ทว่าดูเหมือนจะได้เวลาแล้วที่แวร์เนอร์จะออกไปโบยบินในลีกอื่นดูบ้างเมื่อมีข่าวกลับมาร่ำลืออีกครั้งว่าจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอย่างลิเวอร์พูลกำลังกลับมาเดินหน้าดึงตัวหัวหอกดีกรีทีมชาติเยอรมันไปร่วมทีมอีกครั้ง โดยเจอร์เกน คล็อปป์ได้ยื่นคำขาดกับบอร์ดบริหารแล้วว่าหัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็จะต้องนำแวร์เนอร์มาล่าตาข่ายในแอนฟิลด์ให้จงได้

   เอียน แม็คแกร์รี่ผู้เชียวชาญของESPNได้เปิดเผยว่าลิเวอร์ได้เริ่มพูดคุยกับแอร์เบ ไลป์ซิกต้นสังกัดของแวร์เนอร์แล้ว “ เจอร์เกน คล็อปป์ยังคงส่งทีมงานติดตามฟอร์มของเค้า(แวร์เนอร์)มาตลอด อันที่จริงทั้งลิเวอร์พูลและไลป์ซิกต่างเริ่มเจรจาค่าตัวกันแล้ว เนื่องจากแวร์เนอร์เองก็อยากย้ายมาร่วมงานกับลิเวอร์พูลเช่นกัน นั่นทำให้เงื่อนไขค่าฉีกสัญญาของแวร์เนอร์น่าจะได้ใช้ในช่วงเดือนมกราคมนี้ละ แต่เจอร์เกนจะปล่อยให้นักเตะได้เล่นในเยอรมันจนจบซีซั่น ก่อนจะรับตัวมาใช้งานอย่างจริงในช่วงซัมเมอร์

ไลป์ซิกตัดบทยืนยันยังไม่พร้อมขาย แวร์เนอร์ ก่อนปิดฤดูกาลนี้

    อย่างไรก็ตามแอร์เบ ไลป์ซิกที่ปีนี้มีลุ้นแชมป์บุนเดสลีก้าอย่างเต็มตัวเนื่องจากมีแต้มตามหลังจ่าฝูงโบรุทเซีย มึนเช่นกลัดบัคเพียง4คะแนนก็ออกมาปฏิเสธข่าวนี้โดยทันที “ ติโมร์มีสัญญาอยู่กับทีมอีกนาน เค้าเพิ่งต่อสัญญาฉบับใหม่ ฉะนั้นเราไม่มีแพลนที่จะขายเค้าออกไปในช่วงนี้แน่นอน ติโมร์จะอยู่กับทีมไปจนจบฤดูกาลอย่างแน่นอน ” มาร์คุส โครสเชอร์ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาของไลป์ซิกประกาศจุดยืนที่จะใช้งานแวร์เนอร์เพื่อลุ้นแชมป์ลีกเมืองเบียร์ต่อไป

    ติโมร์ แวร์เนอร์ หัวหอกวัย23ปียิงไปแล้วถึง13ประตูจากการลงเล่น15นัดจากทุกรายการ จนกลายเป็นอาวุธหลักของไลป์ซิกในซีซั่นนี้อย่างเต็มตัว โดยยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์กุนซือใหญ่ก็ยังแพลนที่จะใช้งานกองหน้าทีมชาติเยอรมันต่อไป เนื่องจากซีซั่นนี้พวกเค้ามีลุ้นแชมป์หลายรายการ อาทิ บุนเดสลีก้า,เดเอฟเบโพคาล และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งก็ถือว่าเข้าทางลิเวอร์พูลอีกเช่นกันเนื่องจากหากพวกเค้าดึงตัวแวร์เนอร์มาได้สำเร็จในช่วงปีใหม่ ลิเวอร์พูลก็ไม่อาจจะใช้งานแวร์เนอร์ในศึกยูซีแอลได้ จึงทำให้เจอร์เกน คล็อปป์ต้องการเจรจาซื้อขายให้ลุ่ล่วงในช่วงเดือนมกราและปล่อยให้นักเตะอยู่รับใช้ไลป์ซิกไปกระทั่งจบซีซั่น ซึ่งดีลในลักษณะนี้กับทีมดังในเยอรมันมาแล้วเหมือนครั้งคว้านาบี้ เกอิต้านั่นเอง

ปิโอลี่ เฮมิลานฟื่นคืนชีพแล้วหลังคุมทีมเก็บชัยชนะนัดแรกสำเร็จ

ปิโอลี่

   เอซีมิลานกลับมาเก็บสามแต้มได้อีกครั้งในเกมล่าสุดที่เปิดซานซิโร่เฉือนชนะสปาลไป1-0 ทั้งยังเป็นการประเดิมคุมทีมชนะนัดแรกของสเตฟาโน่ ปิโอลี่เทรนเนอร์ของปีศาจแดงดำอีกด้วย ทำให้การเฉลิมฉลองในวาระนี้มีความหมายต่อปิโอลี่อย่างมากจนถึงขนาดเจ้าตัวได้ออกมาประกาศเลยว่าลูกทีมของเค้าได้ถูกปลุกให้ตื่นจากฝันร้ายแล้ว นับจากนี้ไปมิลานจะกลับมาแข็งแกร่งพร้อมทั้งมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้อย่างงดงามในไม่ช้าอีกต่างหาก

   “ มิลานไม่เคยขาดนักเตะฝีเท้าดี ที่นี่เต็มไปด้วยยอดนักสู้ ที่ผ่านมาเราอาจไม่ได้แสดงสิ่งเหล่านี้ออกมาในสนาม แต่กับผลงานในวันนี้ผมบอกได้เลยว่าสปริริตที่เหนียวแน่นของเรากลับมาแล้ว มันจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทีมอย่างไม่ต้องสงสัย คู่ต่อสู้ของเราอยู่ในโซนท้ายตารางก็จริงแต่วันนี้สปอลมีเกมที่ดี มันไม่ใช่เกมที่ง่ายเลยแต่เราก็ยังเก็บชัยชนะในวันนี้ได้ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงจิตใจที่แข็งแกร่ง นักเตะทุกคนทำงานกันอย่างหนักจนทำให้เราได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ ” ปิโอลี่เอ่ยปากชมลูกทีมที่ช่วยยกภูเขาออกจากอกหลังจากผลงานสองเกมก่อนหน้า(เริ่มคุมทีม)มิลานยังไม่ชนะใครเลย

ซัวโซ่ปลดล็อคสกอร์แรกในซีซั่นนี้ ปิโอลี่ เจิมประตูจะไหลมาเทมา

    อีกคนที่เหมือนหลุดพ้นจากเงามืดได้จากผลการแข่งขันในเกมนี้เหมือนกันก็คือ ซัวโซ่ แนวรุกตัวเก่งที่ปลดล็อคทำประตูแรกของฤดูกาลได้สำเร็จ ซึ่งกุนซือสเตฟาโน่ ปิโอลี่ก็ได้ออกมาชื่นชมดาวเตะชาวสเปนกำลังกลับมามั่นใจและน่าจะมีชื่อทำสกอร์ได้ต่อเนื่องหลังจากนี้ “ ซัวโว่เป็นนักเตะคุณภาพ ก่อนหน้านี้ภาพรวมของทีมไม่เป็นไปตามเป้าหมายมันทำให้หลายฝ่ายกดดัน นักเตะเองก็ไม่ต่างกันนั่นทำให้เค้า(ซัวโซ่)โดนวิจารณ์ และประตูที่เค้าทำได้ในวันนี้มันสะท้อนให้ทุกคนเห็นแล้วว่าซัวโซ่กลับมาเฉียบคมแล้ว ผมมั่นใจว่าเค้าจะมีชื่อทำประตูอย่างต่อเนื่อง ” ปิโอลี่ฟันธงล่วงหน้า

    นอกจากนี้กุนซือวัย54ปียังกำชับนักเตะมิลานว่าต้องรักษาความมั่นใจไว้ให้ได้ “ บางครั้งทีมที่มีนักเตะฝีเท้าดีกว่าก็อาจไม่ได้ชนะเสมอไป ตลอด90นาทีในสนามมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมาก วันนี้เราแสดงให้เห็นแล้วว่าสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งส่งผลกระทบต่อทีมมากแค่ไหน เราต้องไม่ปล่อยให้ไฟมอด ในทางกลับกันยิ่งลงสนามแล้วความมั่นใจมากยิ่งมากขึ้นๆในทุกเกมละก็ มิลานจะกลายเป็นทีมไม่ต้องกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น ”