แมนยู พร้อมจ่ายเงินสอยซาฮาร์เด็กเก่าจากพาเลซแม้โดนโขกราคา

แมนยู

    หลังจากผลงานเกมรุกของแมนยูฯในช่วงหลังเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แต่สิ่งที่ยังคงเป็นรอยด่างก็คือการขาดความคงเส้นคงวา จนผลการแข่งขันยังวนเวียนเป็นแพ้,ชนะ และเสมอสลับกันไปมาอยู่เรื่อย จนโอเล่ กุนน่า โซลชาอาจยอมเบิกเงินในคลังปีศาจแดงอีกครั้งเพื่อคว้าตัวปีกหน้าเก่าอย่างวิลฟรีด ซาฮาร์กลับมาช่วยเดินเกมริมเส้นอีกครั้ง

    วิลฟรีด ซาฮาร์มีข่าวเรื่องการย้ายออกจากทีมคริสตัล พาเลซตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยมีอาร์เซนอลเป็นตัวเต็งในเวลานั้นก่อนที่การเจรจาค่าตัวของปีกวัย26ปีกลับยืดเยื้อจนทีมปืนใหญ่เปลี่ยนใจไปเซ็นสัญญากับนิโกล่า เปเป้แทน ส่วนซาฮาร์ก็ยังคงต้องรับสภาพการเป็นผู้เล่นปราสาทเรือนแก้วต่อไป ทว่าก็เล่นแบบไม่มีใจจนทำให้ซาฮาร์ยังยิงประตูไม่ได้เลยและทำทางให้เพื่อนได้เพียงหนึ่งแอสซิสต์เท่านั้นจากการลงเล่นไปแล้ว15เกมจากทุกรายการ

     แต่ถึงแม้ว่าผลงานปัจจุบันจะดูไม่ร้อนแรงเหมือนเก่า โซลชาก็พร้อมยอมจ่ายเงินกว่า70ล้านปอนด์เพื่อดึงอดีตเด็กเก่ารายนี้กลับมาช่วยงานอยู่ดี โดยคาดว่าจะมีการยื่นข้อเสนอดังกล่าวเข้าไปให้คริสตัล พาเลซพิจารณาทันทีที่ตลาดซื้อขายผู้เล่นเปิดทำการอีกครั้งในช่วงเดือนมกราคมปีหน้า

แมนยู ได้เปรียบทีมอื่นเพราะมีออปชั่นคว้าตัวซาฮาร์แบบสุดถูก

      เมื่อครั้งที่อาร์เซนอลกับคริสตัล พาเลซทำการเจรจาเรื่องค่าตัวของซาฮาร์นั่นราคาค่าตัวปีกชาวไอวอรี่โครสต์สูงแตะ80ล้านปอนด์ ด้วยเม็ดเงินที่สูงลิบทำให้การเจรจาต้องล่มลงกลางทาง ทว่าหากแมนยูฯต้องการเจรจากับคริสตัลพาเลซ พวกเค้ากลับจะสามารถได้ตัวในราคาที่เบากว่ามากเนื่องจากตัวนักเตะมีการพ่วงรายละเอียดไว้ว่าจะต้องจ่ายส่วนแบ่ง20%ของค่าตัวในการย้ายทีมให้กับปีศาจแดง ซึ่งเมื่อพวกเค้าเป็นฝ่ายขอซื้อกลับเองก็เท่ากลับจะได้ส่วนต่าง20%ตรงนี้ไปเป็นส่วนลดโดยปริยาย

      ข่าววงในระบุอีกว่าแมนยูฯจะสามารถขอซื้อวิลฟรีด ซาฮาร์กลับมาได้ในราคาเพียง70ล้านปอนด์เท่านั้น แล้วหากบอร์ดของพาเลซยอมเปิดไฟเขียว เชื่อว่าตัวนักเตะเองก็น่าจะตกลงกลับไปสวมยูนิฟอร์มผีแดงอีกครั้งอย่างแน่นอน เนื่องจากซาฮาร์เคยพูดไว้แล้วว่าเค้าอยากเล่นถ้วยยุโรปอย่างยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งการย้ายไปเล่นกับแมนยูฯย่อมมีโอกาสสูงมากยิ่งขึ้นที่จะสามารถลงเล่นในรายการดังกล่าว     

แวร์เนอร์ เป้าหมายต่อไปของคล็อปป์หวังปิดดีลให้ได้ช่วงปีใหม่

แวร์เนอร์

   อย่างที่ทราบกันดีว่าติโมร์ แวร์เนอร์นั้นได้อัพเกรดฝีเท้าขึ้นมาตลอดหลายปีกระทั่งในเวลานี้เจ้าตัวก็ได้กลายเป็นหัวหอกเบอร์ต้นๆของวงการฟุตบอลเยอรมัน ทว่าดูเหมือนจะได้เวลาแล้วที่แวร์เนอร์จะออกไปโบยบินในลีกอื่นดูบ้างเมื่อมีข่าวกลับมาร่ำลืออีกครั้งว่าจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอย่างลิเวอร์พูลกำลังกลับมาเดินหน้าดึงตัวหัวหอกดีกรีทีมชาติเยอรมันไปร่วมทีมอีกครั้ง โดยเจอร์เกน คล็อปป์ได้ยื่นคำขาดกับบอร์ดบริหารแล้วว่าหัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็จะต้องนำแวร์เนอร์มาล่าตาข่ายในแอนฟิลด์ให้จงได้

   เอียน แม็คแกร์รี่ผู้เชียวชาญของESPNได้เปิดเผยว่าลิเวอร์ได้เริ่มพูดคุยกับแอร์เบ ไลป์ซิกต้นสังกัดของแวร์เนอร์แล้ว “ เจอร์เกน คล็อปป์ยังคงส่งทีมงานติดตามฟอร์มของเค้า(แวร์เนอร์)มาตลอด อันที่จริงทั้งลิเวอร์พูลและไลป์ซิกต่างเริ่มเจรจาค่าตัวกันแล้ว เนื่องจากแวร์เนอร์เองก็อยากย้ายมาร่วมงานกับลิเวอร์พูลเช่นกัน นั่นทำให้เงื่อนไขค่าฉีกสัญญาของแวร์เนอร์น่าจะได้ใช้ในช่วงเดือนมกราคมนี้ละ แต่เจอร์เกนจะปล่อยให้นักเตะได้เล่นในเยอรมันจนจบซีซั่น ก่อนจะรับตัวมาใช้งานอย่างจริงในช่วงซัมเมอร์

ไลป์ซิกตัดบทยืนยันยังไม่พร้อมขาย แวร์เนอร์ ก่อนปิดฤดูกาลนี้

    อย่างไรก็ตามแอร์เบ ไลป์ซิกที่ปีนี้มีลุ้นแชมป์บุนเดสลีก้าอย่างเต็มตัวเนื่องจากมีแต้มตามหลังจ่าฝูงโบรุทเซีย มึนเช่นกลัดบัคเพียง4คะแนนก็ออกมาปฏิเสธข่าวนี้โดยทันที “ ติโมร์มีสัญญาอยู่กับทีมอีกนาน เค้าเพิ่งต่อสัญญาฉบับใหม่ ฉะนั้นเราไม่มีแพลนที่จะขายเค้าออกไปในช่วงนี้แน่นอน ติโมร์จะอยู่กับทีมไปจนจบฤดูกาลอย่างแน่นอน ” มาร์คุส โครสเชอร์ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาของไลป์ซิกประกาศจุดยืนที่จะใช้งานแวร์เนอร์เพื่อลุ้นแชมป์ลีกเมืองเบียร์ต่อไป

    ติโมร์ แวร์เนอร์ หัวหอกวัย23ปียิงไปแล้วถึง13ประตูจากการลงเล่น15นัดจากทุกรายการ จนกลายเป็นอาวุธหลักของไลป์ซิกในซีซั่นนี้อย่างเต็มตัว โดยยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์กุนซือใหญ่ก็ยังแพลนที่จะใช้งานกองหน้าทีมชาติเยอรมันต่อไป เนื่องจากซีซั่นนี้พวกเค้ามีลุ้นแชมป์หลายรายการ อาทิ บุนเดสลีก้า,เดเอฟเบโพคาล และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งก็ถือว่าเข้าทางลิเวอร์พูลอีกเช่นกันเนื่องจากหากพวกเค้าดึงตัวแวร์เนอร์มาได้สำเร็จในช่วงปีใหม่ ลิเวอร์พูลก็ไม่อาจจะใช้งานแวร์เนอร์ในศึกยูซีแอลได้ จึงทำให้เจอร์เกน คล็อปป์ต้องการเจรจาซื้อขายให้ลุ่ล่วงในช่วงเดือนมกราและปล่อยให้นักเตะอยู่รับใช้ไลป์ซิกไปกระทั่งจบซีซั่น ซึ่งดีลในลักษณะนี้กับทีมดังในเยอรมันมาแล้วเหมือนครั้งคว้านาบี้ เกอิต้านั่นเอง

ปิโอลี่ เฮมิลานฟื่นคืนชีพแล้วหลังคุมทีมเก็บชัยชนะนัดแรกสำเร็จ

ปิโอลี่

   เอซีมิลานกลับมาเก็บสามแต้มได้อีกครั้งในเกมล่าสุดที่เปิดซานซิโร่เฉือนชนะสปาลไป1-0 ทั้งยังเป็นการประเดิมคุมทีมชนะนัดแรกของสเตฟาโน่ ปิโอลี่เทรนเนอร์ของปีศาจแดงดำอีกด้วย ทำให้การเฉลิมฉลองในวาระนี้มีความหมายต่อปิโอลี่อย่างมากจนถึงขนาดเจ้าตัวได้ออกมาประกาศเลยว่าลูกทีมของเค้าได้ถูกปลุกให้ตื่นจากฝันร้ายแล้ว นับจากนี้ไปมิลานจะกลับมาแข็งแกร่งพร้อมทั้งมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้อย่างงดงามในไม่ช้าอีกต่างหาก

   “ มิลานไม่เคยขาดนักเตะฝีเท้าดี ที่นี่เต็มไปด้วยยอดนักสู้ ที่ผ่านมาเราอาจไม่ได้แสดงสิ่งเหล่านี้ออกมาในสนาม แต่กับผลงานในวันนี้ผมบอกได้เลยว่าสปริริตที่เหนียวแน่นของเรากลับมาแล้ว มันจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทีมอย่างไม่ต้องสงสัย คู่ต่อสู้ของเราอยู่ในโซนท้ายตารางก็จริงแต่วันนี้สปอลมีเกมที่ดี มันไม่ใช่เกมที่ง่ายเลยแต่เราก็ยังเก็บชัยชนะในวันนี้ได้ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงจิตใจที่แข็งแกร่ง นักเตะทุกคนทำงานกันอย่างหนักจนทำให้เราได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ ” ปิโอลี่เอ่ยปากชมลูกทีมที่ช่วยยกภูเขาออกจากอกหลังจากผลงานสองเกมก่อนหน้า(เริ่มคุมทีม)มิลานยังไม่ชนะใครเลย

ซัวโซ่ปลดล็อคสกอร์แรกในซีซั่นนี้ ปิโอลี่ เจิมประตูจะไหลมาเทมา

    อีกคนที่เหมือนหลุดพ้นจากเงามืดได้จากผลการแข่งขันในเกมนี้เหมือนกันก็คือ ซัวโซ่ แนวรุกตัวเก่งที่ปลดล็อคทำประตูแรกของฤดูกาลได้สำเร็จ ซึ่งกุนซือสเตฟาโน่ ปิโอลี่ก็ได้ออกมาชื่นชมดาวเตะชาวสเปนกำลังกลับมามั่นใจและน่าจะมีชื่อทำสกอร์ได้ต่อเนื่องหลังจากนี้ “ ซัวโว่เป็นนักเตะคุณภาพ ก่อนหน้านี้ภาพรวมของทีมไม่เป็นไปตามเป้าหมายมันทำให้หลายฝ่ายกดดัน นักเตะเองก็ไม่ต่างกันนั่นทำให้เค้า(ซัวโซ่)โดนวิจารณ์ และประตูที่เค้าทำได้ในวันนี้มันสะท้อนให้ทุกคนเห็นแล้วว่าซัวโซ่กลับมาเฉียบคมแล้ว ผมมั่นใจว่าเค้าจะมีชื่อทำประตูอย่างต่อเนื่อง ” ปิโอลี่ฟันธงล่วงหน้า

    นอกจากนี้กุนซือวัย54ปียังกำชับนักเตะมิลานว่าต้องรักษาความมั่นใจไว้ให้ได้ “ บางครั้งทีมที่มีนักเตะฝีเท้าดีกว่าก็อาจไม่ได้ชนะเสมอไป ตลอด90นาทีในสนามมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมาก วันนี้เราแสดงให้เห็นแล้วว่าสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งส่งผลกระทบต่อทีมมากแค่ไหน เราต้องไม่ปล่อยให้ไฟมอด ในทางกลับกันยิ่งลงสนามแล้วความมั่นใจมากยิ่งมากขึ้นๆในทุกเกมละก็ มิลานจะกลายเป็นทีมไม่ต้องกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น ”

คีเวลล์ เร้าคล็อปป์ดึงกรีซมันน์กระตุ้นแนวรุกหงส์ให้ตื่นตัว

คีเวลล์

     สามประสานเกมรุกของลิเวอร์พูลในเวลานี้ได้ชื่อว่าเป็นตัวอันตรายที่คู่แข่งทีมไหนๆก็ยังหวาผวา กระนั้นแฮรี่ คีเวลล์อดีตแข้งหงส์ก็ยังกำชับว่าเจอร์เกน คล็อปป์ควรหากองหน้าฝีเท้าดีอีกซักคนเพื่อให้ทั้งซาล่า,มาเน่ และฟีร์มีโน่รู้สึกว่าต้องเค้นฟอร์มการเล่นให้อยู่ในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง โดยดาวเตะออสซี่ก็ยังหวังสูงถึงการได้อองตวน กรีซมันน์มาล่าตาข่ายให้ชาวเดอะค็อปเลยทีเดียว

     แฮรี่ คีเวลล์ผู้ซึ่งเคยสวมเสื้อหมายเลข7ให้กับลิเวอร์พูลได้เสนอแนะให้อดีตต้นสังกัดเติมความเข้มข้นในการแย่งตำแหน่งตัวจริงสำหรับแนวรุก “ ผมชื่นชอบกรีซมันน์เป็นการส่วนตัว เค้ามีเซนต์การทำประตูที่ดี หาตำแหน่งได้ถูกที่ถูกทางเสมอ มันคงทำให้สามประสานที่มีอยู่เกิดคำถามแน่ว่าใครกันนะที่จะเสียตำแหน่งไป มันจะดึงศักยภาพของพวกเค้าออกมาได้อย่างเต็มพิกัดเพราะพวกเค้าย่อมไม่อยากหลุดไปเป็นตัวสำรองอยู่แล้ว นี่เป็นอีกสิ่งที่จะส่งผลดีต่อทีม ฟอร์มอันดุดันของผู้เล่นแนวรุกจะต่อเนื่องสำหรับฤดูกาลที่ยาวไกล ”

โอริกี้ก็อาจช่วยได้แต่ต้องเค้นฟอร์มช่วงปลายซีซั่นก่อนให้ได้ คีเวลล์ กล่าว

    เมื่อถูกถามถึงตัวเลือกที่มีอย่างดิว๊อค โอริกี้ รุ่นพี่อย่างคีเวลล์ก็ได้แบ่งรับแบ่งสู้ว่าก็อาจะเป็นได้นะ แต่ดาวยิงชาวเบลเยี่ยมจะต้องทำงานหนักกว่านี้อีกหลายเท่าตัว “ โอริกี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะ แต่เค้าฟอร์มไม่สดเหมือนเมื่อช่วงท้ายซีซั่นที่แล้ว เค้ามีความขยัน,ความเร็ว และทักษะที่ดีอยู่แล้ว ที่ต้องเพิ่มคือความมั่นใจ เค้าจำเป็นต้องมีสกอร์ในทุกๆครั้งที่ได้ลงสนาม แน่นอนเค้ารู้ตัวดีว่าเค้าเป็นตัวเลือกรอง ถ้าเค้าทำได้แบบนั้นละก็ ซาล่า,มาเน่ และฟีร์มีโน่ต้องตื่นตัวแน่ เฮ้ยไอนี่มันซุปเปอร์ซัพชัดๆ ไม่ได้แล้วฉันต้องเค้นฟอร์มตัวเองแล้ว ลิเวอร์พูลต้องการแรงกระตุ้นทำนองนั้น ”

    “ ปีนี้มาเน่ฟอร์มสดกว่าเพื่อน แถมยังทำประตูได้สม่ำเสมอที่สุด ซาล่ากลายเป็นตัวหลอกเค้าถูกประกบติดเยอะว่าเพื่อนทำให้จำนวนประตูที่เค้าทำได้ลดน้อยลง ส่วนฟีร์มีโน่เหมือนตัวสอดประสานแต่ตำแหน่งจริงๆเค้าคือศูนย์หน้าตัวเป้า ฉะนั้นเค้าต้องทำประตูให้ได้มากกว่านี้ แม้ตอนนี้พวกเค้ายังเอาตัวรอดกันได้แต่สำหรับเป้าหมายการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแล้วละก็ความสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ต้องคำนึง ผมไม่ได้พูดในแง่ฟอร์มการเล่นเท่านั้น มันอาจหมายถึงกรณีที่ใครซักคนได้รับบาดเจ็บจนเล่นไม่ได้ ” แฮรี่ คีเวลล์แสดงความห่วงใยลิเวอร์พูล

พูลิซิส รับใกล้เบิกสกอร์แรกกับสิงห์บลูหลังเกือบยิงสาลิกาได้

พูลิซิส

   หลังจากเสียตำแหน่งตัวจริงในทีมเชลซีไปพักใหญ่ก็ดูเหมือนว่าคริสเตียน พูลิซิสจะเริ่มกลับมาเล่นได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง ถ้าวิเคราะห์จากผลงานในเกมที่เชลซีเปิดบ้านเฉือนนิวคาสเซิลไป1-0 เพราะตั้งแต่เจ้าตัวได้รับโอกาสเปลี่ยนตัวลงในครึ่งหลังพูลิซิสก็มีบทบาทในเกมรุกอย่างมาก และเกือบมีชื่อทำสกอร์ในเกมนี้ด้วยเมื่อได้หลุดไปยิงระยะเผาขนทว่ามาร์ติน ดูบราฟกานายทวารจอมหนึบของทีมเยือนก็เซฟไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ

   คริสเตียน พูลิซิสลงเล่นในสนามให้เชลซีในซีซั่นนี้ไปแล้วกว่า477นาที(นับรวมทุกรายการ)แม้ว่าจะทำทางให้เพื่อนไปแล้ว4แอตซิสต์แต่ก็ยังไม่สามารถปลดล็อคทำประตูกับสิงโตน้ำเงินครามได้ ซึ่งดาวเตะดีกรีทีมชาติสหรัฐอเมริกาก็ยอมรับว่ากำลังพยายามทำประตูให้ได้เร็วที่สุดเพื่อเรียกความมั่นใจกับสโมสรใหม่ “ ผมค่อนข้างพอใจกับผลงานในเกมนะ แม้จะเสียดายนิดๆว่าน่าจะมีชื่อบนสกอร์บอร์ด(หลุดไปยิงในนาที67)แต่ก็นั่นละตราบเท่าที่ทีมชนะและผมไมได้มีส่วนร่วมกับเกมก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว ผมมั่นใจขึ้นเรื่อยๆเมื่อได้ลงสนาม ในไม่ช้าไม่นานนี่ละประตูแรกของผมต้องมาแน่นอน ” พูลิซิสที่เพิ่งย้ายมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกเป็นฤดูกาลแรกกล่าวอย่างเชื่อมั่น

เชลซีน่าได้เม็ดสอง พูลิซิส รับขำๆถ้าเลือกยิงเองอาจดีกว่านี้

   นอกจากชอตหลุดไปยิงเน้นๆแล้วในช่วงท้ายเกมพูลิซิสยังได้หลุดไปดวลกับผู้รักษาประตูตัวต่อตัว ทว่าเจ้าตัวเลือกจากต่อให้โทนี่ อับบราฮัมที่อยูในตำแหน่งที่ดีกว่าได้ยิง แต่บอลเจ้ากรรมดันไปติดบล๊อคดีอังเดร เยดลินผู้เล่นนิวคาสเซิลออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย “ ในเสี้ยวนาทีที่ผมได้บอล ผมเหลือบไปเห็นอับบราฮัมซึ่งอยู่ในเหลี่ยมที่หน้าประตูเปิดกว้างกว่าผมจึงเลือกที่จะผ่านบอลให้แต่กองหลังนิวคาสเซิลกลับมาสกัดได้อย่างเหลือเชื่อ บางทีถ้าผมตัดสินใจยิงเองผมอาจจะมีชื่อทำประตูในเกมนี้ก็ได้นะ แต่ก็นั่นละมันผ่านไปแล้ว เราแฮปปี้กับผลการแข่งขัน และรอคอยที่จะเล่นเกมต่อไป ” พูลิซิสในวัย21ปีกล่าวอย่างมีหวัง

    โดยคริสเตียน พูลิซิสเป็นนักเตะที่เชลซีดึงตัวมาจากโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ในปีนี้ ทว่าด้วยนโยบายเน้นเด็กสร้างจากอะคาเดมี่ของแฟรงค์ แลมพาดก็ทำให้เจ้าตัวต้องตกเป็นตัวสำรองของทั้งคัลลัม ฮัดสัน-โอดอย และเมสัน เมาท์ กระนั้นพูลิซิสก็ยังต้องการที่จะพิสูจน์ตัวเองต่อไปแม้จะต้องรับบทบาทเป็นเพียงแข้งอะไหล่ในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ก็ตาม

ลิเวอร์พูล เตรียมเฮอลิสซงอาจได้คัมแบ็คเฝ้าเสาแดงเดือดวีคนี้

ลิเวอร์พูล

   ลิเวอร์พูลกำลังฟอร์มแจ่มในพรีเมียร์ลีกด้วยการชนะติดต่อกัน ทว่าอลิสซง เบ็คเกอร์นายทวารมือหนึ่งกลับไม่ค่อยได้มีส่วนร่วมกับทีมเลยเนื่องจากได้รับบาดเจ็บไปตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาล ทำให้เวลานี้ผู้รักษาประตูชาวบราซิลกำลังเร่งความฟิตอย่างหนัก(แม้ว่าคนอื่นๆถ้าไม่ติดทีมชาติจะได้พักก็ตาม)เพื่อหวังจะฟิตทันได้ออกสตาร์ทเฝ้าเสาในเกมที่จะบุกไปเยือนแมนยูฯในวันที่20ต.ค.นี้

    รายงานระบุว่าทั้งอลิสซง เบ็คเกอร์,อเล็ก อ็อกเลด-แชมเบอร์เลน และอดัม ลัลลานาคือสามนักเตะที่ไม่ขอหยุดพักในช่วงเบรกทีมชาติเนื่องจากนักเตะเหล่านี้ล้วนกระหายที่จะมีชื่อในศึกแดงเดือดที่จะต้องบุกไปเล่นเกมเยือนที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยสื่อในอังกฤษต่างพุ่งความสนใจไปที่การตัดสินใจของเจอร์เกน คล็อปป์ว่าจะให้โอกาสอลิสซง เบ็คเกอร์ได้กลับมาออกสตาร์ทเฝ้าเสาในเกมนี้เลยหรือไม่ เนื่องจากนายทวารตัวเก่งพักรักษาอาการบาดเจ็บไปนานและไม่ได้ลงสนามตลอด7เกมหลังสุดของพรีเมียร์ลีก

ริวัลโด้เร้าอลิสซงควรลงเฝ้าเสาให้ ลิเวอร์พูล ในเกมแดงเดือดแม้จะร้างสนามไปนาน

   ในห้วงเวลาสำคัญนี้เองรุ่นพี่ในทีมชาติบราซิลอย่างริวัลโด้ก็ได้ออกมาช่วยการันตีกับเจอร์เกน คล็อปป์อีกแรงว่าอลิสซง เบ็คเกอร์จะสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนเดิมแน่นอนแม้จะไม่ได้ลงเล่นเลยตลอดสองเดือนที่ผ่านมา “ อลิสซงขึ้นแท่นเป็นผู้รักษาประตูระดับโลกไปแล้ว ฉะนั้นการกลับมาลงสนามนัดแรกเพื่อรับมือกับเกมรุกของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจะไม่เป็นปัญหาสำหรับเค้าเลย เค้าจะช่วยให้เกมรับลิเวอร์พูลแข็งแกร่งเหมือนที่เคยเป็นมากอย่างแน่นอน ”

   “ แน่นอนว่าหากมีเกมให้ลงสนามเพื่อปรับตัวซักเล็กน้อยย่อมช่วยให้อลิสซงพร้อมกว่าที่เป็น แต่นี่คือเกมสำคัญ มันเป็นเกมที่นักฟุตบอลทั้งสองทีมต่างต้องการลงสนาม ดังนั้นความกระหายในการลงเล่นจะช่วยทดแทนสิ่งที่อาจจะขาดหายไปได้ อลิสซงพิสูจน์ตัวเองมาแล้วด้วยฝีไม้ลายมือในการป้องกันประตู และมันจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรไปเลยแม้ว่าสองเดือนมาแล้วเค้าจะไม่ได้ลงสัมผัสเกมการแข่งขันเลยก็ตาม มันอาจเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยงนิดๆ แต่ผมเชื่อว่าเจอร์เกน คล็อปป์จะให้โอกาสเค้า เพราะเค้ารู้ดีว่าการลงเล่นเกมนี้จะส่งผลดีต่อสภาพจิตใจของอลิสซงมากแค่ไหน ” ริวัลโด้อดีตดาวยิงบาซ่าทำนายไว้ล่วงหน้า

    หากอลิสซง เบ็คเกอร์ได้กลับมามีชื่อลงสนามในเกมแดงเดือดแล้วละก็ เชื่อว่าแฟนบอลแมนยูฯจะยิ่งช้ำใจอย่างมาก เนื่องจากทีมคู่ปรับนั้นได้ผู้เล่นตัวหลักกลับมาลงสนาม สวนทางกับเรดอาร์มีที่ผู้รักษาประตูกัปตันทีมอย่างดาบิด เด เคอาเพิ่งจะได้รับบาดเจ็บจากเกมทีมชาติและจะไม่มีชื่อลงสนามในเกมนี้อย่างแน่นอน

เบิร์กแคมป์ รับมองปืนโตทีไรก็ใจหายติงทีมไม่หนุนแข้งผู้ดีมากพอ

เบิร์กแคมป์

    แม้ว่าอาร์เซนอลจะทำผลงานตามตีขึ้นมาอยู่อันดับสามในตารางพรีเมียร์ลีกแล้วก็ตาม ทว่าด้วยช่องว่างที่ตามหลังลิเวอร์พูลอยู่ถึง9แต้มก็ยังห่างชั้นสำหรับการที่จะลุ้นแชมป์ลีก ซึ่งเดนนิส เบิร์กแคมป์อดีตหัวหอกยุคเกรียงไกรของไอ้ปืนใหญ่ได้บอกเล่าความรู้สึกอันหดหู่ที่ทีมโปรดของเค้าห่างไกลกับการที่จะประสบความสำเร็จอีกทั้งยังมีองค์ประกอบต่างๆในทีมที่ผิดเพี้ยนไปอย่างมากอีกด้วย

    “ ผมไม่คุ้ยเคยกับสิ่งที่อาร์เซนอลเป็นอยู่เท่าไรนัก แม้อันดับในตารางจะถือว่าไม่เลวแต่เราไม่สามารถต่อกรกับทีมระดับหัวตารางได้เลย มันไม่ใช่แค่การไม่ชนะ แต่เราไม่มีแนวโน้มที่จะสามารถเอาชนะพวกเค้าได้เลย มันต่างกับสมัยที่ผมยังเล่นที่นี่ ในเกมใหญ่ๆพวกเรามีความกระหายที่จะเอาชนะ เราอาจชนะบ้างแพ้บางแต่อาร์เซนอลก็ไม่ได้โดนทีมอื่นทิ้งห่างชนิดที่เรียกว่าไร้ทางสู้ คาแรกเตอร์ทีมเราเปลี่ยนไปเราไม่น่าเกรงขามอีกแล้ว ในขณะที่ผู้เล่นที่โตมากับอะคาเดมี่ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนมากพอ ทั้งๆที่อาร์เซนอลเคยมีสตาร์หลายคนทั้งอองรี,เรเยส,ปิแรส,เอดู แต่ในขณะเดียวกันเป็นทีมอุดมไปด้วยนักเตะดีกรีทีมชาติอังกฤษมากมาย แอชลีย์ โคล,โซล แคมเบลล์,โทนี่ อดัมส์,ธีโอ วัลคอตต์ แต่ตอนนี้เราไม่มีใครเลย นั่นเป็นหลักฐานยืนยันว่าสโมสรไม่ได้ให้ความสำคัญกับผู้เล่นโฮมกราวน์ ไม่งั้นแจ๊ค วิลเชียร์และอารอน แรมซี่ย์คงไม่ต้องย้ายออกไปหรอก ” อดีตกองหน้าชาวดัตซ์กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์

เบิร์กแคมป์ ยันคงยากที่จะรับงานคุมทัพปืนใหญ่ในวันข้างหน้า

   เดนนิส เบิร์กแคมป์เคยรับงานผู้ช่วยโค้ชกับอาร์แจ๊ก อัมเตอร์ดัมมาแล้วก่อนที่จะยุติบทบาทไปในปี2017แล้วจากนั้นเจ้าตัวก็ยังไม่เคยรับงานสตาฟฟ์กับสโมสรอื่นอีกเลย จนมีแฟนบอลกันเนอร์บางส่วนอยากเห็นเจ้าตัวกลับมารับบทบาทผู้จัดการทีมอาร์เซนอลในอนาคตข้างหน้า “ มันเป็นเรื่องของอนาคตนะ ผมไม่อยากพูดถึงมันมากนัก แต่ตอนนี้ครอบครัวผมยังอยู่ในฮอลแลนด์ ผมยังอยากอยู่ใกล้ชิดพวกเค้าให้มากที่สุด ผมยังสนใจงานโค้ชอยู่นะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้ทำงานกับแข้งเยาวชน แต่ผมอยากเป็นส่วนเล็กๆของทีมเท่านั้น งานผู้จัดการทีมเป็นอะไรที่ใหญ่และมีขอบเขตที่กว้างออกไป ซึ่งผมยังไม่คิดที่จะไปถึงจุดนั้น ” อดีตหัวหอกชุดแชมป์พรีเมียร์ลีกสามสมัย(1997/98,2001/02,2003/04)กับอาร์เซนอลออกตัวปฏิเสธ

แซงต์-เอเตียน สุดจะทนปลดแพร็งต็องต์หลังจมรองบ๊วยลีกเอิง

แซงต์-เอเตียน

   สายน้ำไม่คอยท่ากาลเวลาไม่ค่อยใครคงจะเป็นคำเปรียบเปรยที่บาดตาบาดใจเหลือเกินสำหรับแฟนบอลแซงต์-เอเตียน เนื่องจากซีซั่นนี้พวกเค้าจมอยู่อันดับรองบ๊วยในตารางลีกเอิง(อันดับ19 ชนะ2เสมอ2แพ้4)โดยมีแต้มติดตัวเพียง8คะแนน ทั้งที่เมื่อซีซั่นก่อนพวกเค้าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมถึงขนาดจบอันดับสี่ในตารางลีกน้ำหอม จนสามารถได้สิทธิไปเตะถ้วยยูโรป้าลีกอีกต่างหาก

   ด้วยผลงานที่ไม่เป็นไปตามเป้านี้เองก็ทำให้บอร์ดบริหารแซงต์-เอเตียนจำต้องทำการเปลี่ยนแปลง จนในที่สุดกีส์แล็ง แพร็งต็องต์ผู้ซึ่งคลุกคลีกับทีมมาตั้งแต่ปี2017(เริ่มตั้งแต่เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมและได้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมในปี2018)ก็มีอันต้องโดนปลดออกจากตำแหน่งผู้จัดการม ภายหลังจากที่ทำได้เพียงเสมอโวล์ฟสบวร์กในศึกยูโรป้าลีกไป1-1 และเพียงไม่กี่อึดใจต่อมาทีมลายเขียวขาวแห่งลีกเอิงก็ได้ประกาศแต่งตั้งกุนซือคนใหม่แทนที่อย่างทันควัน

ปูแอลเสียบแทนผู้จัดการทีม แซงต์-เอเตียน ได้เวลาทำทีม3ปี

      หลังจากที่แซงต์-เอเตียนประกาศแยกทางกับกีส์แล็ง แพร็งต็องต์ได้เพียงครึ่งชั่วโมง ทีมดังแดนน้ำหอมก็เปิดตัว โคล้ด ปูแอลเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ทันที โดยเทรนเนอร์วัย58ปีได้เซ็นสัญญาคุมทัพไปกระทั่งมิถุนายน2022 โดยแซงต์-เอเตียนทีมที่เคยครองแชมป์ลีกฝรั่งเศสมาแล้ว10สมัยคาดหวังให้ปูแอลนำทีมกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง รวมไปถึงการพลิกสถานการณ์กลับมาลุ้นเข้ารอบในยูโรป้าลีก(อันดับสามในกลุ่มไอ มีหนึ่งคะแนน)ให้ได้เนื่องจากพวกเค้ามีคะแนนห่างกับจ่าฝูงเกงค์เพียงสามคะแนน(ยังเหลืออีกถึงสี่นัดในรอบแบ่งกลุ่มยังมีลุ้นทำแต้มกลับมาแซงเข้ารอบได้)

      โคล้ด ปูแอลจัดว่าเทรนเนอร์มากประสบการณ์คนหนึ่งของวงการลูกหนังแดนน้ำหอม เนื่องจากเค้าเคยคุมทีมในลีกเอิงมาแล้วอย่างโชกโชนไม่ว่าจะเป็นโมนาโก,ลีลล์,โอลิมปิค ลียง และนีซ แต่ทว่าผลงานช่วงหลังที่กุนซือชาวฝรั่งเศสข้ามไปรับงานในพรีเมียร์ลีกนั้นไม่ค่อยสวยงามนัก เมื่อเจ้าตัวถูกเลสเตอร์ ซิตี้ปลดออกจากตำแหน่งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เค้าก็กลายเป็นกุนซือว่างงานมาโดยตลอด ก่อนที่จะตัดสินใจกลับมารับงานคุมทีมในบ้านเกิดอีกครั้งกับแซงต์-เอเตียนในครั้งนี้ โดยการประเดิมคุมทีมนัดแรกของเค้ายังได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากปูแอลจะต้องพาแซงต์-เอเตียนลงดวลกับโอลิมปิค ลียงในวันดึกวันอาทิตย์ที่7ตุลาคมนี้

มิลาน แฟนบอลเดือดหลังแพ้สามนัดติดเซเรียอาหล่นโซนท้ายตาราง

มิลาน

    ผลงานของปีศาจแดงดำแห่งอิตาลี่เข้าขั้นวิกฤตสุดขีดเมื่อเกมล่าสุดพวกเค้าโดนฟิออเรนติน่าบุกมายัดเยียดความพ่ายแพ้ถึงถิ่นซานซิโร่3-1 นับรวมที่ก่อนหน้าก็ทำให้เอซีมิลานแพ้ติดต่อกันมาถึงสามเกมเข้าไปแล้ว กลายเป็นเครื่องหมายคำถามว่ามาร์โค้ จามเปาโลยังจะมีฝีไม้ลายมือพอที่จะพยุงทีมกลับมาได้หรือไม่ เพราะในเวลานี้พวกเค้าหล่นไปอยู่อันดับ16ในตารางกัลโช่ และมีเหนือโซนตกชั้น(อันดับ18เจนัวมี5แต้ม)เพียงคะแนนเดียว

    มาร์โค้ จามเปาโลเพิ่งจะพามิลานเก็บได้เพียง6แต้มจากเกมการแข่งขัน6นัด กลายเป็นสถิติการออกสตาร์ทฤดูกาลที่ห่วยแตกที่สุดในรอบ80ปี ขณะที่คู่แข่งร่วมเมืองอย่างอินเตอร์กลับขึ้นนำเป็นจ่าฝูงด้วยการเก็บชัยชนะรวด6เกมติดต่อกันก็ยิ่งนำพาให้แฟนบอลรอสโซเนรี่จำนวนมากเรียกร้องให้ปลดจามเปาโลออกจากตำแหน่งกุนซือโดยเร็ว และดึงใครซักคนกลับมากู้วิกฤต โดยมีรายชื่อของเคราดิโอ รานิเอรี่,เจนนาโร่ กัตตูโซ่,ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ,มักซิมิเลียโน่ อัลเลกรี และรูดี้ กาเซียเป็นตัวเต็งในการทำหน้าที่แทน

จามเปาโลยอมรับเสียงวิจารณ์แต่ไม่ยอมแพ้เชื่อพา มิลาน กลับมาได้

   มิลานในยุคของมาร์โค้ จามเปาโลพยายามที่จะปรับแผนการเล่นเป็น4-3-1-2ซึ่งเป็นแผนถนัดที่จามเปาโลสร้างชื่อมากับเอ็มโปลี และซามพ์โดเรีย ทว่าเมื่อเอามาใช้กับนักเตะรอสโซเนรี่กลับไม่เวิร์ก กระทั่งช่วงต้นซีซั่นซัวโซ่แนวรุกตัวเก่งของทีมก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วว่าเค้ายังไม่เข้าใจระบบการเล่นของกุนซือคนใหม่เลยแม้แต่น้อย ซ้ำร้ายคือสามนัดหลังสุดที่ไม่มีแต้มติดมือเลยก็เพราะมิลานยังยืนกรานที่จะลงเล่นในระบบดังกล่าว “ นักเตะของมิลานกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดัน สิ่งเหล่านี้รบกวนสมาธิพวกเค้า เราทำงานในสนามซ้อมอย่างหนักตลอดสัปดาห์ แต่ในเกมวันนี้เราไม่ได้แสดงออกถึงสิ่งเหล่านั้นเลย ซึ่งผมในฐานะผู้จัดการทีมขอรับผิดชอบไว้เพียงผู้เดียว ”

   “ ผมยังเชื่อมั่นในการตัดสินใจของตัวเอง แนวทางการเล่นของเราไม่ใช่ปัญหา แต่มันเป็นเรื่องของสภาพจิตใจและการตอบสนองต่างหาก มิลานควรกลับไปสู่ในจุดที่ควรจะเป็นและนั่นเป็นความมุ่งหมายของเราทุกคน ไม่มีความผิดพลาดของใครคนใดคนหนึ่ง หรือผลงานของใครคนเดียว แต่เราคือทีม และเราจะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งด้วยกัน ” ผู้จัดการทีมวัย52ปีกล่าวอย่างมีความหวัง

ปืนใหญ่ ชุดสองฮอตอีกแล้วทั้งยิงขาด&คลีนชีตในคาราบาวคัพ

ปืนใหญ่

    ผลงานเกมรับของอาร์เซนอลนั้นก็ยังวิกฤตเหมือนที่แล้วๆมา พวกเค้าเสียประตูทุกเกม ยิ่งแล้วในเกมพรีเมียร์ลีกล่าสุดอาร์เซนอลก็ยังโดนแอสตันวิลล่ายิงนำไปก่อนถึงสองครั้งสองคราแม้จะพลิกแซงกลับมาชนะอย่างสุดมันส์ ทว่าก็ยังเป็นฟอร์มการเล่นที่ไม่น่าพิสมัย เพราะผู้เล่นที่ฟอร์มแย่หลายคนก็ยังได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกรานิต ชาก้า หรือเอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ โดยเฉพาะรายหลังที่ฟอร์มการเล่นก็แย่อยู่แล้วยังทะลึ่งโดนใบแดงให้เพื่อนต้องเหนื่อยกันเพิ่มเสียอีก

    ทว่าเมื่อเข้าสู่โปรแกรมคาราบาวคัพที่อาร์เซนอลให้โอกาสผู้เล่นชุดสำรองลงสนาม ปรากฏว่าเกมการเล่นพวกเค้าไหลรื่นกว่ามาก โดยเฉพาะเกมรับฝั่งขวาที่ปรับมาเป็นคัลลั่ม แชมเบอร์ที่เล่นได้อย่างน่าประทับและยังทำได้ถึงสองแอตซิสต์อีกต่างหากและลงเอยด้วยการที่อาร์เซนอลเอาชนะนอตติ้งแฮมฟอร์เรสไป5-0 ซึ่งนับเป็นเกมที่สองแล้วที่ผู้เล่นชุดสำรองของพวกเค้าเอาชัยแบบมีคลีนชิตได้สำเร็จหลังจากก่อนหน้านี้พวกเค้าก็บุกไปชนะไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต3-0ในศึกยูโรป้าลีก คำถามที่ตามมาคือ ฝีเท้าอย่างคัลลั่ม แชมเบอร์ไม่น่าจะเป็นรองเอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์แต่กลับรับบทเป็นแข้งสำรองข้างสนาม อูไน เอเมรี่คิดอะไรอยู่?

เอเมรี่โค้ช ปืนใหญ่ จัดทีมอคติฟอร์มห่วยก็ลงอยู่นั่นตัวดีๆก็ดองจนฟอร์มหาย

     ลูคัส ตอเรร่า,คาลัม แชมเบอร์ และเมซุต โอซิลรายชื่อเหล่านี้แทบไม่ได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมพรีเมียร์ลีกเลย แต่กลับเป็นกรานิต ชาก้า,เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ และดานี่เซบายอสที่ได้ลงเล่นบ่อยกว่าแต่ก็ยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็น ในรายของชาก้าอยู่กับทีมมานานแล้วแต่ก็ยังคิดช้าทำช้า จุดขายลูกยิงไกลก็นานๆจะมาทีในขณะที่ชอบเข้าสกัดไม่ดูตาม้าตาเรือจนทีมเสียหายบ่อยครั้ง,เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ ถูกดันให้ยืนแบ๊คขวามาปีกว่าแบบไร้พัฒนาการ การยืนตำแหน่งมั่วชอบเติมเกมรุก ทว่าเติมสูงแล้วก็มักจะลงช่วยเกมรับไม่ค่อยทันจนทำให้ตำแหน่งแบ๊คขวากลายเป็นพื้นที่บ่อน้ำมันของปืนใหญ่ หรือดานี่ เซบายอสที่เปิดตัวนัดแรกได้อย่างโดดเด่นจากนั้นก็แทบจะหายไปจากสารบบเกมรุก เนื่องจากดาวเตะสเปนมักเล่นบอลฝืน ต้องม้วน ต้องลาก ต้องโยกจนทำให้ทีมฉวยโอกาสทำเร็วไม่ได้จนตอนนี้กลายเป็นตัวทำลายเวลาของอาร์เซนอลไปเสียอีกคน ซึ่งแฟนปืนใหญ่ก็หวังว่าจะได้เห็นตอเรร่า,โอซิล และแชมเบอร์กลับมาออกสตาร์ทตัวจริงโดยไว เผื่ออะไรๆจะดีขึ้น