คีเวลล์ เร้าคล็อปป์ดึงกรีซมันน์กระตุ้นแนวรุกหงส์ให้ตื่นตัว

คีเวลล์

     สามประสานเกมรุกของลิเวอร์พูลในเวลานี้ได้ชื่อว่าเป็นตัวอันตรายที่คู่แข่งทีมไหนๆก็ยังหวาผวา กระนั้นแฮรี่ คีเวลล์อดีตแข้งหงส์ก็ยังกำชับว่าเจอร์เกน คล็อปป์ควรหากองหน้าฝีเท้าดีอีกซักคนเพื่อให้ทั้งซาล่า,มาเน่ และฟีร์มีโน่รู้สึกว่าต้องเค้นฟอร์มการเล่นให้อยู่ในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง โดยดาวเตะออสซี่ก็ยังหวังสูงถึงการได้อองตวน กรีซมันน์มาล่าตาข่ายให้ชาวเดอะค็อปเลยทีเดียว

     แฮรี่ คีเวลล์ผู้ซึ่งเคยสวมเสื้อหมายเลข7ให้กับลิเวอร์พูลได้เสนอแนะให้อดีตต้นสังกัดเติมความเข้มข้นในการแย่งตำแหน่งตัวจริงสำหรับแนวรุก “ ผมชื่นชอบกรีซมันน์เป็นการส่วนตัว เค้ามีเซนต์การทำประตูที่ดี หาตำแหน่งได้ถูกที่ถูกทางเสมอ มันคงทำให้สามประสานที่มีอยู่เกิดคำถามแน่ว่าใครกันนะที่จะเสียตำแหน่งไป มันจะดึงศักยภาพของพวกเค้าออกมาได้อย่างเต็มพิกัดเพราะพวกเค้าย่อมไม่อยากหลุดไปเป็นตัวสำรองอยู่แล้ว นี่เป็นอีกสิ่งที่จะส่งผลดีต่อทีม ฟอร์มอันดุดันของผู้เล่นแนวรุกจะต่อเนื่องสำหรับฤดูกาลที่ยาวไกล ”

โอริกี้ก็อาจช่วยได้แต่ต้องเค้นฟอร์มช่วงปลายซีซั่นก่อนให้ได้ คีเวลล์ กล่าว

    เมื่อถูกถามถึงตัวเลือกที่มีอย่างดิว๊อค โอริกี้ รุ่นพี่อย่างคีเวลล์ก็ได้แบ่งรับแบ่งสู้ว่าก็อาจะเป็นได้นะ แต่ดาวยิงชาวเบลเยี่ยมจะต้องทำงานหนักกว่านี้อีกหลายเท่าตัว “ โอริกี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะ แต่เค้าฟอร์มไม่สดเหมือนเมื่อช่วงท้ายซีซั่นที่แล้ว เค้ามีความขยัน,ความเร็ว และทักษะที่ดีอยู่แล้ว ที่ต้องเพิ่มคือความมั่นใจ เค้าจำเป็นต้องมีสกอร์ในทุกๆครั้งที่ได้ลงสนาม แน่นอนเค้ารู้ตัวดีว่าเค้าเป็นตัวเลือกรอง ถ้าเค้าทำได้แบบนั้นละก็ ซาล่า,มาเน่ และฟีร์มีโน่ต้องตื่นตัวแน่ เฮ้ยไอนี่มันซุปเปอร์ซัพชัดๆ ไม่ได้แล้วฉันต้องเค้นฟอร์มตัวเองแล้ว ลิเวอร์พูลต้องการแรงกระตุ้นทำนองนั้น ”

    “ ปีนี้มาเน่ฟอร์มสดกว่าเพื่อน แถมยังทำประตูได้สม่ำเสมอที่สุด ซาล่ากลายเป็นตัวหลอกเค้าถูกประกบติดเยอะว่าเพื่อนทำให้จำนวนประตูที่เค้าทำได้ลดน้อยลง ส่วนฟีร์มีโน่เหมือนตัวสอดประสานแต่ตำแหน่งจริงๆเค้าคือศูนย์หน้าตัวเป้า ฉะนั้นเค้าต้องทำประตูให้ได้มากกว่านี้ แม้ตอนนี้พวกเค้ายังเอาตัวรอดกันได้แต่สำหรับเป้าหมายการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแล้วละก็ความสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ต้องคำนึง ผมไม่ได้พูดในแง่ฟอร์มการเล่นเท่านั้น มันอาจหมายถึงกรณีที่ใครซักคนได้รับบาดเจ็บจนเล่นไม่ได้ ” แฮรี่ คีเวลล์แสดงความห่วงใยลิเวอร์พูล

พูลิซิส รับใกล้เบิกสกอร์แรกกับสิงห์บลูหลังเกือบยิงสาลิกาได้

พูลิซิส

   หลังจากเสียตำแหน่งตัวจริงในทีมเชลซีไปพักใหญ่ก็ดูเหมือนว่าคริสเตียน พูลิซิสจะเริ่มกลับมาเล่นได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง ถ้าวิเคราะห์จากผลงานในเกมที่เชลซีเปิดบ้านเฉือนนิวคาสเซิลไป1-0 เพราะตั้งแต่เจ้าตัวได้รับโอกาสเปลี่ยนตัวลงในครึ่งหลังพูลิซิสก็มีบทบาทในเกมรุกอย่างมาก และเกือบมีชื่อทำสกอร์ในเกมนี้ด้วยเมื่อได้หลุดไปยิงระยะเผาขนทว่ามาร์ติน ดูบราฟกานายทวารจอมหนึบของทีมเยือนก็เซฟไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ

   คริสเตียน พูลิซิสลงเล่นในสนามให้เชลซีในซีซั่นนี้ไปแล้วกว่า477นาที(นับรวมทุกรายการ)แม้ว่าจะทำทางให้เพื่อนไปแล้ว4แอตซิสต์แต่ก็ยังไม่สามารถปลดล็อคทำประตูกับสิงโตน้ำเงินครามได้ ซึ่งดาวเตะดีกรีทีมชาติสหรัฐอเมริกาก็ยอมรับว่ากำลังพยายามทำประตูให้ได้เร็วที่สุดเพื่อเรียกความมั่นใจกับสโมสรใหม่ “ ผมค่อนข้างพอใจกับผลงานในเกมนะ แม้จะเสียดายนิดๆว่าน่าจะมีชื่อบนสกอร์บอร์ด(หลุดไปยิงในนาที67)แต่ก็นั่นละตราบเท่าที่ทีมชนะและผมไมได้มีส่วนร่วมกับเกมก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว ผมมั่นใจขึ้นเรื่อยๆเมื่อได้ลงสนาม ในไม่ช้าไม่นานนี่ละประตูแรกของผมต้องมาแน่นอน ” พูลิซิสที่เพิ่งย้ายมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกเป็นฤดูกาลแรกกล่าวอย่างเชื่อมั่น

เชลซีน่าได้เม็ดสอง พูลิซิส รับขำๆถ้าเลือกยิงเองอาจดีกว่านี้

   นอกจากชอตหลุดไปยิงเน้นๆแล้วในช่วงท้ายเกมพูลิซิสยังได้หลุดไปดวลกับผู้รักษาประตูตัวต่อตัว ทว่าเจ้าตัวเลือกจากต่อให้โทนี่ อับบราฮัมที่อยูในตำแหน่งที่ดีกว่าได้ยิง แต่บอลเจ้ากรรมดันไปติดบล๊อคดีอังเดร เยดลินผู้เล่นนิวคาสเซิลออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย “ ในเสี้ยวนาทีที่ผมได้บอล ผมเหลือบไปเห็นอับบราฮัมซึ่งอยู่ในเหลี่ยมที่หน้าประตูเปิดกว้างกว่าผมจึงเลือกที่จะผ่านบอลให้แต่กองหลังนิวคาสเซิลกลับมาสกัดได้อย่างเหลือเชื่อ บางทีถ้าผมตัดสินใจยิงเองผมอาจจะมีชื่อทำประตูในเกมนี้ก็ได้นะ แต่ก็นั่นละมันผ่านไปแล้ว เราแฮปปี้กับผลการแข่งขัน และรอคอยที่จะเล่นเกมต่อไป ” พูลิซิสในวัย21ปีกล่าวอย่างมีหวัง

    โดยคริสเตียน พูลิซิสเป็นนักเตะที่เชลซีดึงตัวมาจากโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ในปีนี้ ทว่าด้วยนโยบายเน้นเด็กสร้างจากอะคาเดมี่ของแฟรงค์ แลมพาดก็ทำให้เจ้าตัวต้องตกเป็นตัวสำรองของทั้งคัลลัม ฮัดสัน-โอดอย และเมสัน เมาท์ กระนั้นพูลิซิสก็ยังต้องการที่จะพิสูจน์ตัวเองต่อไปแม้จะต้องรับบทบาทเป็นเพียงแข้งอะไหล่ในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ก็ตาม

ลิเวอร์พูล เตรียมเฮอลิสซงอาจได้คัมแบ็คเฝ้าเสาแดงเดือดวีคนี้

ลิเวอร์พูล

   ลิเวอร์พูลกำลังฟอร์มแจ่มในพรีเมียร์ลีกด้วยการชนะติดต่อกัน ทว่าอลิสซง เบ็คเกอร์นายทวารมือหนึ่งกลับไม่ค่อยได้มีส่วนร่วมกับทีมเลยเนื่องจากได้รับบาดเจ็บไปตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาล ทำให้เวลานี้ผู้รักษาประตูชาวบราซิลกำลังเร่งความฟิตอย่างหนัก(แม้ว่าคนอื่นๆถ้าไม่ติดทีมชาติจะได้พักก็ตาม)เพื่อหวังจะฟิตทันได้ออกสตาร์ทเฝ้าเสาในเกมที่จะบุกไปเยือนแมนยูฯในวันที่20ต.ค.นี้

    รายงานระบุว่าทั้งอลิสซง เบ็คเกอร์,อเล็ก อ็อกเลด-แชมเบอร์เลน และอดัม ลัลลานาคือสามนักเตะที่ไม่ขอหยุดพักในช่วงเบรกทีมชาติเนื่องจากนักเตะเหล่านี้ล้วนกระหายที่จะมีชื่อในศึกแดงเดือดที่จะต้องบุกไปเล่นเกมเยือนที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยสื่อในอังกฤษต่างพุ่งความสนใจไปที่การตัดสินใจของเจอร์เกน คล็อปป์ว่าจะให้โอกาสอลิสซง เบ็คเกอร์ได้กลับมาออกสตาร์ทเฝ้าเสาในเกมนี้เลยหรือไม่ เนื่องจากนายทวารตัวเก่งพักรักษาอาการบาดเจ็บไปนานและไม่ได้ลงสนามตลอด7เกมหลังสุดของพรีเมียร์ลีก

ริวัลโด้เร้าอลิสซงควรลงเฝ้าเสาให้ ลิเวอร์พูล ในเกมแดงเดือดแม้จะร้างสนามไปนาน

   ในห้วงเวลาสำคัญนี้เองรุ่นพี่ในทีมชาติบราซิลอย่างริวัลโด้ก็ได้ออกมาช่วยการันตีกับเจอร์เกน คล็อปป์อีกแรงว่าอลิสซง เบ็คเกอร์จะสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนเดิมแน่นอนแม้จะไม่ได้ลงเล่นเลยตลอดสองเดือนที่ผ่านมา “ อลิสซงขึ้นแท่นเป็นผู้รักษาประตูระดับโลกไปแล้ว ฉะนั้นการกลับมาลงสนามนัดแรกเพื่อรับมือกับเกมรุกของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจะไม่เป็นปัญหาสำหรับเค้าเลย เค้าจะช่วยให้เกมรับลิเวอร์พูลแข็งแกร่งเหมือนที่เคยเป็นมากอย่างแน่นอน ”

   “ แน่นอนว่าหากมีเกมให้ลงสนามเพื่อปรับตัวซักเล็กน้อยย่อมช่วยให้อลิสซงพร้อมกว่าที่เป็น แต่นี่คือเกมสำคัญ มันเป็นเกมที่นักฟุตบอลทั้งสองทีมต่างต้องการลงสนาม ดังนั้นความกระหายในการลงเล่นจะช่วยทดแทนสิ่งที่อาจจะขาดหายไปได้ อลิสซงพิสูจน์ตัวเองมาแล้วด้วยฝีไม้ลายมือในการป้องกันประตู และมันจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรไปเลยแม้ว่าสองเดือนมาแล้วเค้าจะไม่ได้ลงสัมผัสเกมการแข่งขันเลยก็ตาม มันอาจเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยงนิดๆ แต่ผมเชื่อว่าเจอร์เกน คล็อปป์จะให้โอกาสเค้า เพราะเค้ารู้ดีว่าการลงเล่นเกมนี้จะส่งผลดีต่อสภาพจิตใจของอลิสซงมากแค่ไหน ” ริวัลโด้อดีตดาวยิงบาซ่าทำนายไว้ล่วงหน้า

    หากอลิสซง เบ็คเกอร์ได้กลับมามีชื่อลงสนามในเกมแดงเดือดแล้วละก็ เชื่อว่าแฟนบอลแมนยูฯจะยิ่งช้ำใจอย่างมาก เนื่องจากทีมคู่ปรับนั้นได้ผู้เล่นตัวหลักกลับมาลงสนาม สวนทางกับเรดอาร์มีที่ผู้รักษาประตูกัปตันทีมอย่างดาบิด เด เคอาเพิ่งจะได้รับบาดเจ็บจากเกมทีมชาติและจะไม่มีชื่อลงสนามในเกมนี้อย่างแน่นอน

เบิร์กแคมป์ รับมองปืนโตทีไรก็ใจหายติงทีมไม่หนุนแข้งผู้ดีมากพอ

เบิร์กแคมป์

    แม้ว่าอาร์เซนอลจะทำผลงานตามตีขึ้นมาอยู่อันดับสามในตารางพรีเมียร์ลีกแล้วก็ตาม ทว่าด้วยช่องว่างที่ตามหลังลิเวอร์พูลอยู่ถึง9แต้มก็ยังห่างชั้นสำหรับการที่จะลุ้นแชมป์ลีก ซึ่งเดนนิส เบิร์กแคมป์อดีตหัวหอกยุคเกรียงไกรของไอ้ปืนใหญ่ได้บอกเล่าความรู้สึกอันหดหู่ที่ทีมโปรดของเค้าห่างไกลกับการที่จะประสบความสำเร็จอีกทั้งยังมีองค์ประกอบต่างๆในทีมที่ผิดเพี้ยนไปอย่างมากอีกด้วย

    “ ผมไม่คุ้ยเคยกับสิ่งที่อาร์เซนอลเป็นอยู่เท่าไรนัก แม้อันดับในตารางจะถือว่าไม่เลวแต่เราไม่สามารถต่อกรกับทีมระดับหัวตารางได้เลย มันไม่ใช่แค่การไม่ชนะ แต่เราไม่มีแนวโน้มที่จะสามารถเอาชนะพวกเค้าได้เลย มันต่างกับสมัยที่ผมยังเล่นที่นี่ ในเกมใหญ่ๆพวกเรามีความกระหายที่จะเอาชนะ เราอาจชนะบ้างแพ้บางแต่อาร์เซนอลก็ไม่ได้โดนทีมอื่นทิ้งห่างชนิดที่เรียกว่าไร้ทางสู้ คาแรกเตอร์ทีมเราเปลี่ยนไปเราไม่น่าเกรงขามอีกแล้ว ในขณะที่ผู้เล่นที่โตมากับอะคาเดมี่ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนมากพอ ทั้งๆที่อาร์เซนอลเคยมีสตาร์หลายคนทั้งอองรี,เรเยส,ปิแรส,เอดู แต่ในขณะเดียวกันเป็นทีมอุดมไปด้วยนักเตะดีกรีทีมชาติอังกฤษมากมาย แอชลีย์ โคล,โซล แคมเบลล์,โทนี่ อดัมส์,ธีโอ วัลคอตต์ แต่ตอนนี้เราไม่มีใครเลย นั่นเป็นหลักฐานยืนยันว่าสโมสรไม่ได้ให้ความสำคัญกับผู้เล่นโฮมกราวน์ ไม่งั้นแจ๊ค วิลเชียร์และอารอน แรมซี่ย์คงไม่ต้องย้ายออกไปหรอก ” อดีตกองหน้าชาวดัตซ์กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์

เบิร์กแคมป์ ยันคงยากที่จะรับงานคุมทัพปืนใหญ่ในวันข้างหน้า

   เดนนิส เบิร์กแคมป์เคยรับงานผู้ช่วยโค้ชกับอาร์แจ๊ก อัมเตอร์ดัมมาแล้วก่อนที่จะยุติบทบาทไปในปี2017แล้วจากนั้นเจ้าตัวก็ยังไม่เคยรับงานสตาฟฟ์กับสโมสรอื่นอีกเลย จนมีแฟนบอลกันเนอร์บางส่วนอยากเห็นเจ้าตัวกลับมารับบทบาทผู้จัดการทีมอาร์เซนอลในอนาคตข้างหน้า “ มันเป็นเรื่องของอนาคตนะ ผมไม่อยากพูดถึงมันมากนัก แต่ตอนนี้ครอบครัวผมยังอยู่ในฮอลแลนด์ ผมยังอยากอยู่ใกล้ชิดพวกเค้าให้มากที่สุด ผมยังสนใจงานโค้ชอยู่นะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้ทำงานกับแข้งเยาวชน แต่ผมอยากเป็นส่วนเล็กๆของทีมเท่านั้น งานผู้จัดการทีมเป็นอะไรที่ใหญ่และมีขอบเขตที่กว้างออกไป ซึ่งผมยังไม่คิดที่จะไปถึงจุดนั้น ” อดีตหัวหอกชุดแชมป์พรีเมียร์ลีกสามสมัย(1997/98,2001/02,2003/04)กับอาร์เซนอลออกตัวปฏิเสธ

แซงต์-เอเตียน สุดจะทนปลดแพร็งต็องต์หลังจมรองบ๊วยลีกเอิง

แซงต์-เอเตียน

   สายน้ำไม่คอยท่ากาลเวลาไม่ค่อยใครคงจะเป็นคำเปรียบเปรยที่บาดตาบาดใจเหลือเกินสำหรับแฟนบอลแซงต์-เอเตียน เนื่องจากซีซั่นนี้พวกเค้าจมอยู่อันดับรองบ๊วยในตารางลีกเอิง(อันดับ19 ชนะ2เสมอ2แพ้4)โดยมีแต้มติดตัวเพียง8คะแนน ทั้งที่เมื่อซีซั่นก่อนพวกเค้าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมถึงขนาดจบอันดับสี่ในตารางลีกน้ำหอม จนสามารถได้สิทธิไปเตะถ้วยยูโรป้าลีกอีกต่างหาก

   ด้วยผลงานที่ไม่เป็นไปตามเป้านี้เองก็ทำให้บอร์ดบริหารแซงต์-เอเตียนจำต้องทำการเปลี่ยนแปลง จนในที่สุดกีส์แล็ง แพร็งต็องต์ผู้ซึ่งคลุกคลีกับทีมมาตั้งแต่ปี2017(เริ่มตั้งแต่เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมและได้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมในปี2018)ก็มีอันต้องโดนปลดออกจากตำแหน่งผู้จัดการม ภายหลังจากที่ทำได้เพียงเสมอโวล์ฟสบวร์กในศึกยูโรป้าลีกไป1-1 และเพียงไม่กี่อึดใจต่อมาทีมลายเขียวขาวแห่งลีกเอิงก็ได้ประกาศแต่งตั้งกุนซือคนใหม่แทนที่อย่างทันควัน

ปูแอลเสียบแทนผู้จัดการทีม แซงต์-เอเตียน ได้เวลาทำทีม3ปี

      หลังจากที่แซงต์-เอเตียนประกาศแยกทางกับกีส์แล็ง แพร็งต็องต์ได้เพียงครึ่งชั่วโมง ทีมดังแดนน้ำหอมก็เปิดตัว โคล้ด ปูแอลเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ทันที โดยเทรนเนอร์วัย58ปีได้เซ็นสัญญาคุมทัพไปกระทั่งมิถุนายน2022 โดยแซงต์-เอเตียนทีมที่เคยครองแชมป์ลีกฝรั่งเศสมาแล้ว10สมัยคาดหวังให้ปูแอลนำทีมกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง รวมไปถึงการพลิกสถานการณ์กลับมาลุ้นเข้ารอบในยูโรป้าลีก(อันดับสามในกลุ่มไอ มีหนึ่งคะแนน)ให้ได้เนื่องจากพวกเค้ามีคะแนนห่างกับจ่าฝูงเกงค์เพียงสามคะแนน(ยังเหลืออีกถึงสี่นัดในรอบแบ่งกลุ่มยังมีลุ้นทำแต้มกลับมาแซงเข้ารอบได้)

      โคล้ด ปูแอลจัดว่าเทรนเนอร์มากประสบการณ์คนหนึ่งของวงการลูกหนังแดนน้ำหอม เนื่องจากเค้าเคยคุมทีมในลีกเอิงมาแล้วอย่างโชกโชนไม่ว่าจะเป็นโมนาโก,ลีลล์,โอลิมปิค ลียง และนีซ แต่ทว่าผลงานช่วงหลังที่กุนซือชาวฝรั่งเศสข้ามไปรับงานในพรีเมียร์ลีกนั้นไม่ค่อยสวยงามนัก เมื่อเจ้าตัวถูกเลสเตอร์ ซิตี้ปลดออกจากตำแหน่งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เค้าก็กลายเป็นกุนซือว่างงานมาโดยตลอด ก่อนที่จะตัดสินใจกลับมารับงานคุมทีมในบ้านเกิดอีกครั้งกับแซงต์-เอเตียนในครั้งนี้ โดยการประเดิมคุมทีมนัดแรกของเค้ายังได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากปูแอลจะต้องพาแซงต์-เอเตียนลงดวลกับโอลิมปิค ลียงในวันดึกวันอาทิตย์ที่7ตุลาคมนี้

มิลาน แฟนบอลเดือดหลังแพ้สามนัดติดเซเรียอาหล่นโซนท้ายตาราง

มิลาน

    ผลงานของปีศาจแดงดำแห่งอิตาลี่เข้าขั้นวิกฤตสุดขีดเมื่อเกมล่าสุดพวกเค้าโดนฟิออเรนติน่าบุกมายัดเยียดความพ่ายแพ้ถึงถิ่นซานซิโร่3-1 นับรวมที่ก่อนหน้าก็ทำให้เอซีมิลานแพ้ติดต่อกันมาถึงสามเกมเข้าไปแล้ว กลายเป็นเครื่องหมายคำถามว่ามาร์โค้ จามเปาโลยังจะมีฝีไม้ลายมือพอที่จะพยุงทีมกลับมาได้หรือไม่ เพราะในเวลานี้พวกเค้าหล่นไปอยู่อันดับ16ในตารางกัลโช่ และมีเหนือโซนตกชั้น(อันดับ18เจนัวมี5แต้ม)เพียงคะแนนเดียว

    มาร์โค้ จามเปาโลเพิ่งจะพามิลานเก็บได้เพียง6แต้มจากเกมการแข่งขัน6นัด กลายเป็นสถิติการออกสตาร์ทฤดูกาลที่ห่วยแตกที่สุดในรอบ80ปี ขณะที่คู่แข่งร่วมเมืองอย่างอินเตอร์กลับขึ้นนำเป็นจ่าฝูงด้วยการเก็บชัยชนะรวด6เกมติดต่อกันก็ยิ่งนำพาให้แฟนบอลรอสโซเนรี่จำนวนมากเรียกร้องให้ปลดจามเปาโลออกจากตำแหน่งกุนซือโดยเร็ว และดึงใครซักคนกลับมากู้วิกฤต โดยมีรายชื่อของเคราดิโอ รานิเอรี่,เจนนาโร่ กัตตูโซ่,ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ,มักซิมิเลียโน่ อัลเลกรี และรูดี้ กาเซียเป็นตัวเต็งในการทำหน้าที่แทน

จามเปาโลยอมรับเสียงวิจารณ์แต่ไม่ยอมแพ้เชื่อพา มิลาน กลับมาได้

   มิลานในยุคของมาร์โค้ จามเปาโลพยายามที่จะปรับแผนการเล่นเป็น4-3-1-2ซึ่งเป็นแผนถนัดที่จามเปาโลสร้างชื่อมากับเอ็มโปลี และซามพ์โดเรีย ทว่าเมื่อเอามาใช้กับนักเตะรอสโซเนรี่กลับไม่เวิร์ก กระทั่งช่วงต้นซีซั่นซัวโซ่แนวรุกตัวเก่งของทีมก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วว่าเค้ายังไม่เข้าใจระบบการเล่นของกุนซือคนใหม่เลยแม้แต่น้อย ซ้ำร้ายคือสามนัดหลังสุดที่ไม่มีแต้มติดมือเลยก็เพราะมิลานยังยืนกรานที่จะลงเล่นในระบบดังกล่าว “ นักเตะของมิลานกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดัน สิ่งเหล่านี้รบกวนสมาธิพวกเค้า เราทำงานในสนามซ้อมอย่างหนักตลอดสัปดาห์ แต่ในเกมวันนี้เราไม่ได้แสดงออกถึงสิ่งเหล่านั้นเลย ซึ่งผมในฐานะผู้จัดการทีมขอรับผิดชอบไว้เพียงผู้เดียว ”

   “ ผมยังเชื่อมั่นในการตัดสินใจของตัวเอง แนวทางการเล่นของเราไม่ใช่ปัญหา แต่มันเป็นเรื่องของสภาพจิตใจและการตอบสนองต่างหาก มิลานควรกลับไปสู่ในจุดที่ควรจะเป็นและนั่นเป็นความมุ่งหมายของเราทุกคน ไม่มีความผิดพลาดของใครคนใดคนหนึ่ง หรือผลงานของใครคนเดียว แต่เราคือทีม และเราจะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งด้วยกัน ” ผู้จัดการทีมวัย52ปีกล่าวอย่างมีความหวัง

ปืนใหญ่ ชุดสองฮอตอีกแล้วทั้งยิงขาด&คลีนชีตในคาราบาวคัพ

ปืนใหญ่

    ผลงานเกมรับของอาร์เซนอลนั้นก็ยังวิกฤตเหมือนที่แล้วๆมา พวกเค้าเสียประตูทุกเกม ยิ่งแล้วในเกมพรีเมียร์ลีกล่าสุดอาร์เซนอลก็ยังโดนแอสตันวิลล่ายิงนำไปก่อนถึงสองครั้งสองคราแม้จะพลิกแซงกลับมาชนะอย่างสุดมันส์ ทว่าก็ยังเป็นฟอร์มการเล่นที่ไม่น่าพิสมัย เพราะผู้เล่นที่ฟอร์มแย่หลายคนก็ยังได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกรานิต ชาก้า หรือเอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ โดยเฉพาะรายหลังที่ฟอร์มการเล่นก็แย่อยู่แล้วยังทะลึ่งโดนใบแดงให้เพื่อนต้องเหนื่อยกันเพิ่มเสียอีก

    ทว่าเมื่อเข้าสู่โปรแกรมคาราบาวคัพที่อาร์เซนอลให้โอกาสผู้เล่นชุดสำรองลงสนาม ปรากฏว่าเกมการเล่นพวกเค้าไหลรื่นกว่ามาก โดยเฉพาะเกมรับฝั่งขวาที่ปรับมาเป็นคัลลั่ม แชมเบอร์ที่เล่นได้อย่างน่าประทับและยังทำได้ถึงสองแอตซิสต์อีกต่างหากและลงเอยด้วยการที่อาร์เซนอลเอาชนะนอตติ้งแฮมฟอร์เรสไป5-0 ซึ่งนับเป็นเกมที่สองแล้วที่ผู้เล่นชุดสำรองของพวกเค้าเอาชัยแบบมีคลีนชิตได้สำเร็จหลังจากก่อนหน้านี้พวกเค้าก็บุกไปชนะไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต3-0ในศึกยูโรป้าลีก คำถามที่ตามมาคือ ฝีเท้าอย่างคัลลั่ม แชมเบอร์ไม่น่าจะเป็นรองเอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์แต่กลับรับบทเป็นแข้งสำรองข้างสนาม อูไน เอเมรี่คิดอะไรอยู่?

เอเมรี่โค้ช ปืนใหญ่ จัดทีมอคติฟอร์มห่วยก็ลงอยู่นั่นตัวดีๆก็ดองจนฟอร์มหาย

     ลูคัส ตอเรร่า,คาลัม แชมเบอร์ และเมซุต โอซิลรายชื่อเหล่านี้แทบไม่ได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมพรีเมียร์ลีกเลย แต่กลับเป็นกรานิต ชาก้า,เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ และดานี่เซบายอสที่ได้ลงเล่นบ่อยกว่าแต่ก็ยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็น ในรายของชาก้าอยู่กับทีมมานานแล้วแต่ก็ยังคิดช้าทำช้า จุดขายลูกยิงไกลก็นานๆจะมาทีในขณะที่ชอบเข้าสกัดไม่ดูตาม้าตาเรือจนทีมเสียหายบ่อยครั้ง,เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ ถูกดันให้ยืนแบ๊คขวามาปีกว่าแบบไร้พัฒนาการ การยืนตำแหน่งมั่วชอบเติมเกมรุก ทว่าเติมสูงแล้วก็มักจะลงช่วยเกมรับไม่ค่อยทันจนทำให้ตำแหน่งแบ๊คขวากลายเป็นพื้นที่บ่อน้ำมันของปืนใหญ่ หรือดานี่ เซบายอสที่เปิดตัวนัดแรกได้อย่างโดดเด่นจากนั้นก็แทบจะหายไปจากสารบบเกมรุก เนื่องจากดาวเตะสเปนมักเล่นบอลฝืน ต้องม้วน ต้องลาก ต้องโยกจนทำให้ทีมฉวยโอกาสทำเร็วไม่ได้จนตอนนี้กลายเป็นตัวทำลายเวลาของอาร์เซนอลไปเสียอีกคน ซึ่งแฟนปืนใหญ่ก็หวังว่าจะได้เห็นตอเรร่า,โอซิล และแชมเบอร์กลับมาออกสตาร์ทตัวจริงโดยไว เผื่ออะไรๆจะดีขึ้น

ไก่ ออกนำสองเม็ดแต่ได้แค่เจ๊าพอชช้ำแข้งสเปอร์สเล่นนอกแผน

ไก่

   เป็นอีกครั้งที่สเปอร์สออกนำก่อนถึงสองประตูแล้วไม่ชนะ เมื่อจบเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกกลุ่มบีนัดแรกพวกเค้าได้แค่หนึ่งแต้มจากการบุกไปเสมอโอลิมเปียกอส2-2 ซึ่งการเห็นความผิดพลาดแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็เริ่มทำให้กุนซือเมาริซิโอ โปรเชตติโน่ชักไม่ปลื้ม โดยเทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์รู้สึกว่าลูกทีมเล่นกันอย่าหละหลวมเกินไปจนไม่สามารถรักษาผลการแข่งขันที่ดีไว้ได้

   “ สเปอร์สมีผู้เล่นที่มีคุณภาพนั่นทำให้ผมหาเหตุผลไม่เจอว่าทำไมการนำห่างในครึ่งเวลาแรกถึงสองประตูแต่เรากลับไม่ชนะ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ผมเห็นอะไรแบบนี้(ก่อนหน้านี้ก็นำก่อนสองประตูแต่เสมออาร์เซนอล2-2)ผมผิดหวังมากๆ สถานการณ์มันเข้าทางเราแล้วขอเพียงเรารักษาเชฟของเกมเอาไว้ให้ได้ แต่ก็อย่างที่เห็นความกระหายเราสู้เจ้าบ้านไม่ได้ เราปล่อยให้ตัวเองเป็นฝ่ายแบกความกดดัน และเราก็โดนลงโทษ ” กุนซือวัย47ปีกล่าวอย่างหัวเสีย

โปรเชตติโน่รับ ไก่ ความสามารถดีเหนือใครแต่ไร้สมาธิในเกม

   เมาริซิโอ โปรเชตติโน่เข้ามารับงานคุมสเปอร์สตั้งแต่ปี2014 แม้ผลงานของไก่เดือยทองจะดีขึ้นเรื่อยๆแต่พวกเค้าก็ยังไร้ถ้วยรางวัลใดๆติดมือเสมอมา “ ผมมั่นใจในความสามารถของลูกทีมของผมนะ พวกเค้ามีทั้งดีกรี,ความสามารถ และประสบการณ์ แต่บางครั้งการจะประสบความสำเร็จมันต้องการอะไรที่มากกว่านั้นมันคือความมั่นใจในการเอาตัวรอด พวกเค้าต้องมีจิตใจที่แข็งแกร่งกว่านี้สำหรับการเล่นยูซีแอล เพราะทุกทีมที่เราต้องเล่นด้วยล้วนเป็นผู้ชนะจากลีกของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น นั่นเป็นข้ออ้างเดียวที่ผมพอจะนึกออกว่าทำไมฟอร์มของเราจึงแตกต่างกับเกมกับพาเลซ(สเปอร์สเพิ่งชนะคริสตัลพาเลซมา4-0) ”

   “ ผมพร้อมผิดชอบก่อนผู้เล่นเสมอยามผลการแข่งขันออกมาไม่ดี แต่ผมก็ต้องการให้ลูกทีมได้รับรู้เช่นกันว่าพวกเค้าก็ต้องช่วยตัวเองด้วย เราคุยกันมาแล้วว่าจะเล่นกันอย่างไร แต่พวกเค้าเล่นเหมือนเราไม่ได้เตรียมตัวกันมาเลย เรากำลังไปได้ดีแต่ฟุตบอลมีเวลาลงเล่นถึง90นาที มันมีส่วนผสมอื่นๆที่คุณจำเป็นต้องมีหากอยากเป็นผู้ชนะ และนั่นคือสิ่งที่เรายังขาดไป ถามว่าโอลิมเปียกอสดีกว่าเราหรือเปล่า ด้วยความเคารพผมบอกเลยว่าไม่ พวกเค้าแค่พยายามในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะและพวกเค้าก็กลับมาสู่เกมได้ ” เทรนเนอร์ไก่เดือยทองร่ายยาวถึงผลงานอันไม่น่าประทับใจในครั้งนี้

เชลซี บ่นเสียดายดร็อกบาบอกปัดโอกาสร่วมงานทีมสตาฟฟ์ให้แลมพาด

เชลซี

   หลังจากที่เชลซีได้ปีเตอร์ เช็กกลับมารับงานที่ปรึกษาสโมสร และแฟรงค์ แลมพาดนั่งแท่นกุนซือ ก็ทำให้แฟนบอลสิงห์บลูต่างตั้งความหวังที่จะเห็นอดีตขวัญใจอย่างดิริเย่ร์ ดร็อกบากลับมาร่วมงานอีกราย เพราะแฟรงค์ แลมพาดได้เคยเอ่ยปากชวนว่าจะได้หัวหอกชาวไอวอรี่โครสต์มาร่วมเป็นทีมงานสตาฟฟ์โค้ช แต่ในที่สุดก็ต้องผิดหวังเมื่อดร็อกบาได้บอกปัดโอกาสร่วมงานอดีตต้นสังกัด

    ดิริเย่ร์ ดร็อกบาเคยรับใช้เชลซีถึงสองครั้งและทำประตูให้สิงห์บลูถึง164ประตู และแฟรงค์ แลมพาดก็ยื่นข้อเสนอให้ดร็อกบาเพื่อหวังให้มารับโค้ช(กองหน้า)กับอดีตต้นสังกัดแต่ก็ต้องผิดหวัง “ ผมมีช่วงเวลาที่ดีกับเชลซี มันไม่เปลี่ยนแปลง และผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับโอกาสที่จะทำงานโค้ชกับสโมสร ทว่าผมต้องปฏิเสธไปเนื่องจากผมสนใจงานด้านอื่นมากกว่า ” ดร็อกบาที่เพิ่งแขวนเกือกกับสโมสรฟีนิกซ์ ไรซิง ในเมเจอร์ลีกของสหรัฐอเมริกา(เลิกเล่นในปี2018)กล่าวอย่างเสียดาย

ดร็อกบาอดีตนักเตะ เชลซี แจงเหตุผลเพื่อหวังชิงตำแหน่งสมาคมฟุตบอลไอวอรี่โครสต์

   ดร็อกบาในวัย41กะรัตที่รับใช้ทีมชาติไอวอรี่โครสต์มากว่า105นัดและซัลโวไป65ประตู และเจ้าตัวก็หวังที่เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนให้กับวงการฟุตบอลในบ้านเกิด “ ด้วยความเคารพต่อเชลซีผมได้บอกกับพวกเค้าอย่างจริงใจว่างานโค้ชยังไม่ใช่สิ่งที่ผมสนใจ ผมอยากโฟกัสภาพใหญ่กว่านั้นโดยเฉพาะการวางโครงสร้างฟุตบอลในบ้านเกิดของผม วงการฟุตบอลไอวอรี่โครสต์ยังมีหลายอย่างที่ต้องจัดการและผมก็หวังจะได้เป็นในฟันเฟืองที่จะขับเคลื่อนสมาคมฟุตบอลของเรา ”

    “ เรามีนักฟุตบอลชั้นยอดมากมายที่ไปค้าแข้งในยุโรป ในขณะที่ลีกฟุตบอลของไอวอรี่โครสต์ยังคงย่ำอยู่กับที่ เราต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อในอนาคตข้างหน้านักเตะเก่งๆอาจไม่ต้องไปค้าแข้งนอกประเทศอีกแล้ว ผมมีความมุ่งมั่นที่จะปฏิวิติวงการฟุตบอลของเราให้กลายเป็นลีกที่แข็งแกร่งระดับทวีป ”

    โดยดร็อกบาตั้งเป้าที่จะลงสมัครเลือกตั้งเพื่อรับตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลของไอวอรี่โครสต์ “ ผมมีโปรเจกดีๆเพียบ ซึ่งต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย และเราจะได้เห็นกันว่ามันจะไปในทิศทางไหน ผมหวังว่าแฟนบอลเชลซีจะเข้าใจในภารกิจที่ผมต้องลงมือทำ มันเป็นส่วนหนึ่งในความภาคภูมิใจของผม ” โดยดร็อกบาประสบความสำเร็จกับเชลซีอย่างโชกโชน โดยเค้าสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก4สมัย,เอฟเอคัพ4สมัย,ลีกคัพ3สมัย และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีกหนึ่งสมัย

รีลมาดริด แพลนดึงเอ็มปัปเป้ซัมเมอร์หน้าเป็นตัวชูโรงเจนใหม่

รีลมาดริด

   สื่อแดนกระทิงได้เสนอประเด็นใหม่จากฝากฝั่งรีลมาดริด โดยข่าวลือก่อนหน้าที่ว่าราชันย์ชุดขาวอาจะเป็นม้ามืดที่จะดึงตัวเนย์มาร์กลับมาค้าแข้งในสเปนนั้นเป็นเพียงการสับขาหลอกเท่านั้น แท้ที่จริงแล้วพวกเค้ามีความประสงค์ที่จะได้ตัวคิลียาน เอ็มปันเป้หัวหอกของเปเอสเชต่างหาก และฟลอเรนติโน่ เปเรซประธานสโมสรรีล มาดริดก็กำลังวางแผนที่จะดึงตัวดาวเตะเลือดน้ำหอมมาร่วมทีมให้ได้ในช่วงซัมเมอร์หน้า

   นับตั้งแต่รีลมาดริดปล่อยตัวคริสเตียโน่ โรนัลโด้ออกไป ประสิทธิภาพในเกมรุกของพวกเค้าตกต่ำลงไปเป็นอย่างมาก ซ้ำร้ายตัวรุกที่พอจะเชื่อขนมกินได้อย่างแกเร็ธ เบลก็ดันมาไม่กินเส้นกับผู้จัดการทีมซีนาดีน ซีดานเสียอีก ก็เลยทำให้สปริริตในห้องแต่งตัวของทัพราชันย์ยังไม่ลงตัวนัก ซึ่งเชื่อว่ารีลมาดริดกำลังตั้งเป้าที่จะเปลี่ยนถ่ายสายเลือดผู้เล่นเจนเนอเรชั่นใหม่อยู่ โดยร่ำลือกันไปว่าทั้งหมดทั้งมวลนั้นจะต้องมีคิลียาน เอ็มปันเป้เป็นศูนย์กลางของทีม

ซีดานติดใจฝีเท้า รีลมาดริด ชอบที่อายุยังน้อยดึงมาใช้งานได้อีกยาว

   ซีนาดีน ซีดานแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการใช้งานสตาร์อย่างแกเร็ธ เบลมาตลอดในช่วงปรีซีซั่น ทว่าด้วยค่าเหนื่อยที่แพงยับก็ทำให้ไม่สามารถหาสโมสรอื่นใดมารับตัวปีกชาวเวลส์ไปใช้งานต่อได้ จนทำให้ทั้งคู่จำต้องทำงานร่วมกันต่อในซานติอาโก้ เบอร์นาบิวอย่างเสียไม่ได้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในซัมเมอร์ปีหน้ารีลมาดริดก็ยังจะคงประกาศชายแกเร็ธ เบลอีกครั้งเพื่อระดมทุนสำหรับตามล่าตัวเอ็มปัปเป้ต่อไป เนื่องจากค่าตัวของกองหน้าวัย20ปีนั้นน่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า250ล้านยูโร

   ปารีส แซงต์ แชร์กแมงดึงตัวเอ็มปัปเป้มาจากโมนาโกด้วยค่าตัว180ล้านยูโร ทว่านับตั้งแต่ย้ายมาเล่นในพาร์ค เดอ แปร็งส์หัวหอกดาวรุ่งก็ได้ยกระดับฝีเท้าขึ้นไปอย่างมาก โดยการคว้าแชมป์ลีกเอิงสองสมัย(ซีซั่น2017/18 และ2018/19) และยังเป็นกำลังสำคัญที่พาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก2018อีกต่างหาก ซึ่งการประสบความสำเร็จอย่างมากมายทั้งๆที่อายุเพิ่งจะย่างเข้า20ปีก็ทำให้บอดร์ดบริหารของรีลมาดริดเชื่อมั่นว่าเอ็มปัปเป้จะเป็นแข้งหลักให้พึ่งพาได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตามต้องไปลุ้นกันอีกทอดว่าเปเอสเชจะยอมเปิดโต๊ะเจรจาด้วยหรือไม่ เนื่องจากโธมัส ทูเคิลก็ล็อกเป้าให้เอ็มปัปเป้เป็นกองหน้าเบอร์หนึ่งของทีมเช่นกันนั่นเอง