แซงต์-เอเตียน สุดจะทนปลดแพร็งต็องต์หลังจมรองบ๊วยลีกเอิง

แซงต์-เอเตียน

   สายน้ำไม่คอยท่ากาลเวลาไม่ค่อยใครคงจะเป็นคำเปรียบเปรยที่บาดตาบาดใจเหลือเกินสำหรับแฟนบอลแซงต์-เอเตียน เนื่องจากซีซั่นนี้พวกเค้าจมอยู่อันดับรองบ๊วยในตารางลีกเอิง(อันดับ19 ชนะ2เสมอ2แพ้4)โดยมีแต้มติดตัวเพียง8คะแนน ทั้งที่เมื่อซีซั่นก่อนพวกเค้าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมถึงขนาดจบอันดับสี่ในตารางลีกน้ำหอม จนสามารถได้สิทธิไปเตะถ้วยยูโรป้าลีกอีกต่างหาก

   ด้วยผลงานที่ไม่เป็นไปตามเป้านี้เองก็ทำให้บอร์ดบริหารแซงต์-เอเตียนจำต้องทำการเปลี่ยนแปลง จนในที่สุดกีส์แล็ง แพร็งต็องต์ผู้ซึ่งคลุกคลีกับทีมมาตั้งแต่ปี2017(เริ่มตั้งแต่เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมและได้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมในปี2018)ก็มีอันต้องโดนปลดออกจากตำแหน่งผู้จัดการม ภายหลังจากที่ทำได้เพียงเสมอโวล์ฟสบวร์กในศึกยูโรป้าลีกไป1-1 และเพียงไม่กี่อึดใจต่อมาทีมลายเขียวขาวแห่งลีกเอิงก็ได้ประกาศแต่งตั้งกุนซือคนใหม่แทนที่อย่างทันควัน

ปูแอลเสียบแทนผู้จัดการทีม แซงต์-เอเตียน ได้เวลาทำทีม3ปี

      หลังจากที่แซงต์-เอเตียนประกาศแยกทางกับกีส์แล็ง แพร็งต็องต์ได้เพียงครึ่งชั่วโมง ทีมดังแดนน้ำหอมก็เปิดตัว โคล้ด ปูแอลเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ทันที โดยเทรนเนอร์วัย58ปีได้เซ็นสัญญาคุมทัพไปกระทั่งมิถุนายน2022 โดยแซงต์-เอเตียนทีมที่เคยครองแชมป์ลีกฝรั่งเศสมาแล้ว10สมัยคาดหวังให้ปูแอลนำทีมกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง รวมไปถึงการพลิกสถานการณ์กลับมาลุ้นเข้ารอบในยูโรป้าลีก(อันดับสามในกลุ่มไอ มีหนึ่งคะแนน)ให้ได้เนื่องจากพวกเค้ามีคะแนนห่างกับจ่าฝูงเกงค์เพียงสามคะแนน(ยังเหลืออีกถึงสี่นัดในรอบแบ่งกลุ่มยังมีลุ้นทำแต้มกลับมาแซงเข้ารอบได้)

      โคล้ด ปูแอลจัดว่าเทรนเนอร์มากประสบการณ์คนหนึ่งของวงการลูกหนังแดนน้ำหอม เนื่องจากเค้าเคยคุมทีมในลีกเอิงมาแล้วอย่างโชกโชนไม่ว่าจะเป็นโมนาโก,ลีลล์,โอลิมปิค ลียง และนีซ แต่ทว่าผลงานช่วงหลังที่กุนซือชาวฝรั่งเศสข้ามไปรับงานในพรีเมียร์ลีกนั้นไม่ค่อยสวยงามนัก เมื่อเจ้าตัวถูกเลสเตอร์ ซิตี้ปลดออกจากตำแหน่งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เค้าก็กลายเป็นกุนซือว่างงานมาโดยตลอด ก่อนที่จะตัดสินใจกลับมารับงานคุมทีมในบ้านเกิดอีกครั้งกับแซงต์-เอเตียนในครั้งนี้ โดยการประเดิมคุมทีมนัดแรกของเค้ายังได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากปูแอลจะต้องพาแซงต์-เอเตียนลงดวลกับโอลิมปิค ลียงในวันดึกวันอาทิตย์ที่7ตุลาคมนี้

มิลาน แฟนบอลเดือดหลังแพ้สามนัดติดเซเรียอาหล่นโซนท้ายตาราง

มิลาน

    ผลงานของปีศาจแดงดำแห่งอิตาลี่เข้าขั้นวิกฤตสุดขีดเมื่อเกมล่าสุดพวกเค้าโดนฟิออเรนติน่าบุกมายัดเยียดความพ่ายแพ้ถึงถิ่นซานซิโร่3-1 นับรวมที่ก่อนหน้าก็ทำให้เอซีมิลานแพ้ติดต่อกันมาถึงสามเกมเข้าไปแล้ว กลายเป็นเครื่องหมายคำถามว่ามาร์โค้ จามเปาโลยังจะมีฝีไม้ลายมือพอที่จะพยุงทีมกลับมาได้หรือไม่ เพราะในเวลานี้พวกเค้าหล่นไปอยู่อันดับ16ในตารางกัลโช่ และมีเหนือโซนตกชั้น(อันดับ18เจนัวมี5แต้ม)เพียงคะแนนเดียว

    มาร์โค้ จามเปาโลเพิ่งจะพามิลานเก็บได้เพียง6แต้มจากเกมการแข่งขัน6นัด กลายเป็นสถิติการออกสตาร์ทฤดูกาลที่ห่วยแตกที่สุดในรอบ80ปี ขณะที่คู่แข่งร่วมเมืองอย่างอินเตอร์กลับขึ้นนำเป็นจ่าฝูงด้วยการเก็บชัยชนะรวด6เกมติดต่อกันก็ยิ่งนำพาให้แฟนบอลรอสโซเนรี่จำนวนมากเรียกร้องให้ปลดจามเปาโลออกจากตำแหน่งกุนซือโดยเร็ว และดึงใครซักคนกลับมากู้วิกฤต โดยมีรายชื่อของเคราดิโอ รานิเอรี่,เจนนาโร่ กัตตูโซ่,ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ,มักซิมิเลียโน่ อัลเลกรี และรูดี้ กาเซียเป็นตัวเต็งในการทำหน้าที่แทน

จามเปาโลยอมรับเสียงวิจารณ์แต่ไม่ยอมแพ้เชื่อพา มิลาน กลับมาได้

   มิลานในยุคของมาร์โค้ จามเปาโลพยายามที่จะปรับแผนการเล่นเป็น4-3-1-2ซึ่งเป็นแผนถนัดที่จามเปาโลสร้างชื่อมากับเอ็มโปลี และซามพ์โดเรีย ทว่าเมื่อเอามาใช้กับนักเตะรอสโซเนรี่กลับไม่เวิร์ก กระทั่งช่วงต้นซีซั่นซัวโซ่แนวรุกตัวเก่งของทีมก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วว่าเค้ายังไม่เข้าใจระบบการเล่นของกุนซือคนใหม่เลยแม้แต่น้อย ซ้ำร้ายคือสามนัดหลังสุดที่ไม่มีแต้มติดมือเลยก็เพราะมิลานยังยืนกรานที่จะลงเล่นในระบบดังกล่าว “ นักเตะของมิลานกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดัน สิ่งเหล่านี้รบกวนสมาธิพวกเค้า เราทำงานในสนามซ้อมอย่างหนักตลอดสัปดาห์ แต่ในเกมวันนี้เราไม่ได้แสดงออกถึงสิ่งเหล่านั้นเลย ซึ่งผมในฐานะผู้จัดการทีมขอรับผิดชอบไว้เพียงผู้เดียว ”

   “ ผมยังเชื่อมั่นในการตัดสินใจของตัวเอง แนวทางการเล่นของเราไม่ใช่ปัญหา แต่มันเป็นเรื่องของสภาพจิตใจและการตอบสนองต่างหาก มิลานควรกลับไปสู่ในจุดที่ควรจะเป็นและนั่นเป็นความมุ่งหมายของเราทุกคน ไม่มีความผิดพลาดของใครคนใดคนหนึ่ง หรือผลงานของใครคนเดียว แต่เราคือทีม และเราจะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งด้วยกัน ” ผู้จัดการทีมวัย52ปีกล่าวอย่างมีความหวัง

ปืนใหญ่ ชุดสองฮอตอีกแล้วทั้งยิงขาด&คลีนชีตในคาราบาวคัพ

ปืนใหญ่

    ผลงานเกมรับของอาร์เซนอลนั้นก็ยังวิกฤตเหมือนที่แล้วๆมา พวกเค้าเสียประตูทุกเกม ยิ่งแล้วในเกมพรีเมียร์ลีกล่าสุดอาร์เซนอลก็ยังโดนแอสตันวิลล่ายิงนำไปก่อนถึงสองครั้งสองคราแม้จะพลิกแซงกลับมาชนะอย่างสุดมันส์ ทว่าก็ยังเป็นฟอร์มการเล่นที่ไม่น่าพิสมัย เพราะผู้เล่นที่ฟอร์มแย่หลายคนก็ยังได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกรานิต ชาก้า หรือเอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ โดยเฉพาะรายหลังที่ฟอร์มการเล่นก็แย่อยู่แล้วยังทะลึ่งโดนใบแดงให้เพื่อนต้องเหนื่อยกันเพิ่มเสียอีก

    ทว่าเมื่อเข้าสู่โปรแกรมคาราบาวคัพที่อาร์เซนอลให้โอกาสผู้เล่นชุดสำรองลงสนาม ปรากฏว่าเกมการเล่นพวกเค้าไหลรื่นกว่ามาก โดยเฉพาะเกมรับฝั่งขวาที่ปรับมาเป็นคัลลั่ม แชมเบอร์ที่เล่นได้อย่างน่าประทับและยังทำได้ถึงสองแอตซิสต์อีกต่างหากและลงเอยด้วยการที่อาร์เซนอลเอาชนะนอตติ้งแฮมฟอร์เรสไป5-0 ซึ่งนับเป็นเกมที่สองแล้วที่ผู้เล่นชุดสำรองของพวกเค้าเอาชัยแบบมีคลีนชิตได้สำเร็จหลังจากก่อนหน้านี้พวกเค้าก็บุกไปชนะไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต3-0ในศึกยูโรป้าลีก คำถามที่ตามมาคือ ฝีเท้าอย่างคัลลั่ม แชมเบอร์ไม่น่าจะเป็นรองเอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์แต่กลับรับบทเป็นแข้งสำรองข้างสนาม อูไน เอเมรี่คิดอะไรอยู่?

เอเมรี่โค้ช ปืนใหญ่ จัดทีมอคติฟอร์มห่วยก็ลงอยู่นั่นตัวดีๆก็ดองจนฟอร์มหาย

     ลูคัส ตอเรร่า,คาลัม แชมเบอร์ และเมซุต โอซิลรายชื่อเหล่านี้แทบไม่ได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมพรีเมียร์ลีกเลย แต่กลับเป็นกรานิต ชาก้า,เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ และดานี่เซบายอสที่ได้ลงเล่นบ่อยกว่าแต่ก็ยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็น ในรายของชาก้าอยู่กับทีมมานานแล้วแต่ก็ยังคิดช้าทำช้า จุดขายลูกยิงไกลก็นานๆจะมาทีในขณะที่ชอบเข้าสกัดไม่ดูตาม้าตาเรือจนทีมเสียหายบ่อยครั้ง,เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ ถูกดันให้ยืนแบ๊คขวามาปีกว่าแบบไร้พัฒนาการ การยืนตำแหน่งมั่วชอบเติมเกมรุก ทว่าเติมสูงแล้วก็มักจะลงช่วยเกมรับไม่ค่อยทันจนทำให้ตำแหน่งแบ๊คขวากลายเป็นพื้นที่บ่อน้ำมันของปืนใหญ่ หรือดานี่ เซบายอสที่เปิดตัวนัดแรกได้อย่างโดดเด่นจากนั้นก็แทบจะหายไปจากสารบบเกมรุก เนื่องจากดาวเตะสเปนมักเล่นบอลฝืน ต้องม้วน ต้องลาก ต้องโยกจนทำให้ทีมฉวยโอกาสทำเร็วไม่ได้จนตอนนี้กลายเป็นตัวทำลายเวลาของอาร์เซนอลไปเสียอีกคน ซึ่งแฟนปืนใหญ่ก็หวังว่าจะได้เห็นตอเรร่า,โอซิล และแชมเบอร์กลับมาออกสตาร์ทตัวจริงโดยไว เผื่ออะไรๆจะดีขึ้น

ไก่ ออกนำสองเม็ดแต่ได้แค่เจ๊าพอชช้ำแข้งสเปอร์สเล่นนอกแผน

ไก่

   เป็นอีกครั้งที่สเปอร์สออกนำก่อนถึงสองประตูแล้วไม่ชนะ เมื่อจบเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกกลุ่มบีนัดแรกพวกเค้าได้แค่หนึ่งแต้มจากการบุกไปเสมอโอลิมเปียกอส2-2 ซึ่งการเห็นความผิดพลาดแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็เริ่มทำให้กุนซือเมาริซิโอ โปรเชตติโน่ชักไม่ปลื้ม โดยเทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์รู้สึกว่าลูกทีมเล่นกันอย่าหละหลวมเกินไปจนไม่สามารถรักษาผลการแข่งขันที่ดีไว้ได้

   “ สเปอร์สมีผู้เล่นที่มีคุณภาพนั่นทำให้ผมหาเหตุผลไม่เจอว่าทำไมการนำห่างในครึ่งเวลาแรกถึงสองประตูแต่เรากลับไม่ชนะ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ผมเห็นอะไรแบบนี้(ก่อนหน้านี้ก็นำก่อนสองประตูแต่เสมออาร์เซนอล2-2)ผมผิดหวังมากๆ สถานการณ์มันเข้าทางเราแล้วขอเพียงเรารักษาเชฟของเกมเอาไว้ให้ได้ แต่ก็อย่างที่เห็นความกระหายเราสู้เจ้าบ้านไม่ได้ เราปล่อยให้ตัวเองเป็นฝ่ายแบกความกดดัน และเราก็โดนลงโทษ ” กุนซือวัย47ปีกล่าวอย่างหัวเสีย

โปรเชตติโน่รับ ไก่ ความสามารถดีเหนือใครแต่ไร้สมาธิในเกม

   เมาริซิโอ โปรเชตติโน่เข้ามารับงานคุมสเปอร์สตั้งแต่ปี2014 แม้ผลงานของไก่เดือยทองจะดีขึ้นเรื่อยๆแต่พวกเค้าก็ยังไร้ถ้วยรางวัลใดๆติดมือเสมอมา “ ผมมั่นใจในความสามารถของลูกทีมของผมนะ พวกเค้ามีทั้งดีกรี,ความสามารถ และประสบการณ์ แต่บางครั้งการจะประสบความสำเร็จมันต้องการอะไรที่มากกว่านั้นมันคือความมั่นใจในการเอาตัวรอด พวกเค้าต้องมีจิตใจที่แข็งแกร่งกว่านี้สำหรับการเล่นยูซีแอล เพราะทุกทีมที่เราต้องเล่นด้วยล้วนเป็นผู้ชนะจากลีกของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น นั่นเป็นข้ออ้างเดียวที่ผมพอจะนึกออกว่าทำไมฟอร์มของเราจึงแตกต่างกับเกมกับพาเลซ(สเปอร์สเพิ่งชนะคริสตัลพาเลซมา4-0) ”

   “ ผมพร้อมผิดชอบก่อนผู้เล่นเสมอยามผลการแข่งขันออกมาไม่ดี แต่ผมก็ต้องการให้ลูกทีมได้รับรู้เช่นกันว่าพวกเค้าก็ต้องช่วยตัวเองด้วย เราคุยกันมาแล้วว่าจะเล่นกันอย่างไร แต่พวกเค้าเล่นเหมือนเราไม่ได้เตรียมตัวกันมาเลย เรากำลังไปได้ดีแต่ฟุตบอลมีเวลาลงเล่นถึง90นาที มันมีส่วนผสมอื่นๆที่คุณจำเป็นต้องมีหากอยากเป็นผู้ชนะ และนั่นคือสิ่งที่เรายังขาดไป ถามว่าโอลิมเปียกอสดีกว่าเราหรือเปล่า ด้วยความเคารพผมบอกเลยว่าไม่ พวกเค้าแค่พยายามในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะและพวกเค้าก็กลับมาสู่เกมได้ ” เทรนเนอร์ไก่เดือยทองร่ายยาวถึงผลงานอันไม่น่าประทับใจในครั้งนี้

เชลซี บ่นเสียดายดร็อกบาบอกปัดโอกาสร่วมงานทีมสตาฟฟ์ให้แลมพาด

เชลซี

   หลังจากที่เชลซีได้ปีเตอร์ เช็กกลับมารับงานที่ปรึกษาสโมสร และแฟรงค์ แลมพาดนั่งแท่นกุนซือ ก็ทำให้แฟนบอลสิงห์บลูต่างตั้งความหวังที่จะเห็นอดีตขวัญใจอย่างดิริเย่ร์ ดร็อกบากลับมาร่วมงานอีกราย เพราะแฟรงค์ แลมพาดได้เคยเอ่ยปากชวนว่าจะได้หัวหอกชาวไอวอรี่โครสต์มาร่วมเป็นทีมงานสตาฟฟ์โค้ช แต่ในที่สุดก็ต้องผิดหวังเมื่อดร็อกบาได้บอกปัดโอกาสร่วมงานอดีตต้นสังกัด

    ดิริเย่ร์ ดร็อกบาเคยรับใช้เชลซีถึงสองครั้งและทำประตูให้สิงห์บลูถึง164ประตู และแฟรงค์ แลมพาดก็ยื่นข้อเสนอให้ดร็อกบาเพื่อหวังให้มารับโค้ช(กองหน้า)กับอดีตต้นสังกัดแต่ก็ต้องผิดหวัง “ ผมมีช่วงเวลาที่ดีกับเชลซี มันไม่เปลี่ยนแปลง และผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับโอกาสที่จะทำงานโค้ชกับสโมสร ทว่าผมต้องปฏิเสธไปเนื่องจากผมสนใจงานด้านอื่นมากกว่า ” ดร็อกบาที่เพิ่งแขวนเกือกกับสโมสรฟีนิกซ์ ไรซิง ในเมเจอร์ลีกของสหรัฐอเมริกา(เลิกเล่นในปี2018)กล่าวอย่างเสียดาย

ดร็อกบาอดีตนักเตะ เชลซี แจงเหตุผลเพื่อหวังชิงตำแหน่งสมาคมฟุตบอลไอวอรี่โครสต์

   ดร็อกบาในวัย41กะรัตที่รับใช้ทีมชาติไอวอรี่โครสต์มากว่า105นัดและซัลโวไป65ประตู และเจ้าตัวก็หวังที่เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนให้กับวงการฟุตบอลในบ้านเกิด “ ด้วยความเคารพต่อเชลซีผมได้บอกกับพวกเค้าอย่างจริงใจว่างานโค้ชยังไม่ใช่สิ่งที่ผมสนใจ ผมอยากโฟกัสภาพใหญ่กว่านั้นโดยเฉพาะการวางโครงสร้างฟุตบอลในบ้านเกิดของผม วงการฟุตบอลไอวอรี่โครสต์ยังมีหลายอย่างที่ต้องจัดการและผมก็หวังจะได้เป็นในฟันเฟืองที่จะขับเคลื่อนสมาคมฟุตบอลของเรา ”

    “ เรามีนักฟุตบอลชั้นยอดมากมายที่ไปค้าแข้งในยุโรป ในขณะที่ลีกฟุตบอลของไอวอรี่โครสต์ยังคงย่ำอยู่กับที่ เราต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อในอนาคตข้างหน้านักเตะเก่งๆอาจไม่ต้องไปค้าแข้งนอกประเทศอีกแล้ว ผมมีความมุ่งมั่นที่จะปฏิวิติวงการฟุตบอลของเราให้กลายเป็นลีกที่แข็งแกร่งระดับทวีป ”

    โดยดร็อกบาตั้งเป้าที่จะลงสมัครเลือกตั้งเพื่อรับตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลของไอวอรี่โครสต์ “ ผมมีโปรเจกดีๆเพียบ ซึ่งต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย และเราจะได้เห็นกันว่ามันจะไปในทิศทางไหน ผมหวังว่าแฟนบอลเชลซีจะเข้าใจในภารกิจที่ผมต้องลงมือทำ มันเป็นส่วนหนึ่งในความภาคภูมิใจของผม ” โดยดร็อกบาประสบความสำเร็จกับเชลซีอย่างโชกโชน โดยเค้าสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก4สมัย,เอฟเอคัพ4สมัย,ลีกคัพ3สมัย และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีกหนึ่งสมัย

รีลมาดริด แพลนดึงเอ็มปัปเป้ซัมเมอร์หน้าเป็นตัวชูโรงเจนใหม่

รีลมาดริด

   สื่อแดนกระทิงได้เสนอประเด็นใหม่จากฝากฝั่งรีลมาดริด โดยข่าวลือก่อนหน้าที่ว่าราชันย์ชุดขาวอาจะเป็นม้ามืดที่จะดึงตัวเนย์มาร์กลับมาค้าแข้งในสเปนนั้นเป็นเพียงการสับขาหลอกเท่านั้น แท้ที่จริงแล้วพวกเค้ามีความประสงค์ที่จะได้ตัวคิลียาน เอ็มปันเป้หัวหอกของเปเอสเชต่างหาก และฟลอเรนติโน่ เปเรซประธานสโมสรรีล มาดริดก็กำลังวางแผนที่จะดึงตัวดาวเตะเลือดน้ำหอมมาร่วมทีมให้ได้ในช่วงซัมเมอร์หน้า

   นับตั้งแต่รีลมาดริดปล่อยตัวคริสเตียโน่ โรนัลโด้ออกไป ประสิทธิภาพในเกมรุกของพวกเค้าตกต่ำลงไปเป็นอย่างมาก ซ้ำร้ายตัวรุกที่พอจะเชื่อขนมกินได้อย่างแกเร็ธ เบลก็ดันมาไม่กินเส้นกับผู้จัดการทีมซีนาดีน ซีดานเสียอีก ก็เลยทำให้สปริริตในห้องแต่งตัวของทัพราชันย์ยังไม่ลงตัวนัก ซึ่งเชื่อว่ารีลมาดริดกำลังตั้งเป้าที่จะเปลี่ยนถ่ายสายเลือดผู้เล่นเจนเนอเรชั่นใหม่อยู่ โดยร่ำลือกันไปว่าทั้งหมดทั้งมวลนั้นจะต้องมีคิลียาน เอ็มปันเป้เป็นศูนย์กลางของทีม

ซีดานติดใจฝีเท้า รีลมาดริด ชอบที่อายุยังน้อยดึงมาใช้งานได้อีกยาว

   ซีนาดีน ซีดานแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการใช้งานสตาร์อย่างแกเร็ธ เบลมาตลอดในช่วงปรีซีซั่น ทว่าด้วยค่าเหนื่อยที่แพงยับก็ทำให้ไม่สามารถหาสโมสรอื่นใดมารับตัวปีกชาวเวลส์ไปใช้งานต่อได้ จนทำให้ทั้งคู่จำต้องทำงานร่วมกันต่อในซานติอาโก้ เบอร์นาบิวอย่างเสียไม่ได้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในซัมเมอร์ปีหน้ารีลมาดริดก็ยังจะคงประกาศชายแกเร็ธ เบลอีกครั้งเพื่อระดมทุนสำหรับตามล่าตัวเอ็มปัปเป้ต่อไป เนื่องจากค่าตัวของกองหน้าวัย20ปีนั้นน่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า250ล้านยูโร

   ปารีส แซงต์ แชร์กแมงดึงตัวเอ็มปัปเป้มาจากโมนาโกด้วยค่าตัว180ล้านยูโร ทว่านับตั้งแต่ย้ายมาเล่นในพาร์ค เดอ แปร็งส์หัวหอกดาวรุ่งก็ได้ยกระดับฝีเท้าขึ้นไปอย่างมาก โดยการคว้าแชมป์ลีกเอิงสองสมัย(ซีซั่น2017/18 และ2018/19) และยังเป็นกำลังสำคัญที่พาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก2018อีกต่างหาก ซึ่งการประสบความสำเร็จอย่างมากมายทั้งๆที่อายุเพิ่งจะย่างเข้า20ปีก็ทำให้บอดร์ดบริหารของรีลมาดริดเชื่อมั่นว่าเอ็มปัปเป้จะเป็นแข้งหลักให้พึ่งพาได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตามต้องไปลุ้นกันอีกทอดว่าเปเอสเชจะยอมเปิดโต๊ะเจรจาด้วยหรือไม่ เนื่องจากโธมัส ทูเคิลก็ล็อกเป้าให้เอ็มปัปเป้เป็นกองหน้าเบอร์หนึ่งของทีมเช่นกันนั่นเอง

มาลาก้า ทำเซอร์ไพรซ์ยกเลิกสัญญาโอกาซากิทั้งที่ย้ายมาได้ไม่นาน

มาลาก้า

   ชินจิ โอกาซากินักเตะชุดแชมป์พรีเมียร์ลีก2015/16กับสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ มีอันต้องกลายเป็นนักเตะไร้สังกัดอีกครั้ง เมื่อโดนทีมมาลาก้าในระดับลีก้าสองของสเปนขอประกาศแยกทางทั้งที่เพิ่งทำสัญญากันเพียงเดือนเศษ โดยเหตุผลของการยกเลิกสัญญาอย่างกะทันหันในครั้งนี้มาลาก้าไม่สามารถลงทะเบียนนักเตะเพิ่มได้เนื่องจากทีมมีปัญหาทางด้านการเงิน(การจ่ายค่าเหนื่อยจนผลประกอบการขาดทุน) และจำใจต้องยอมเปิดทางให้กองหน้าเลือดซามูไรเป็นอิสระอีกครั้ง

   มาลาก้าได้ใช้งานชินจิ โอกาซากิไปถึง3เกมตลอดช่วงปรีซีซั่น ทว่านับตั้งแต่ลีกระดับเซดุนก้า(ลีก้าสองของสเปน)เปิดฤดูกาล เจ้าตัวก็ยังไม่มีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่เลย เนื่องจากติดขัดปัญหาเรื่องการลงทะเบียนนักเตะ กระทั่งเมื่อถึงเส้นตายที่ต้องส่งรายนี้ทีมอันดับ10ในลีกรองของสเปน ก็ยังไม่อาจหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องงบประมาณได้จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถลงทะเบียนให้โอกาซากิมีชื่อในทีมได้ทัน จนเป็นเหตุให้ต้องแยกทางกันอย่างไม่ทันตั้งตัว

โอกาซากิลาจากอย่างเข้าใจอวยพรก่อนลาขอให้ มาลาก้า โชคดีในปีนี้

   หัวหอกวัย33ปีได้หมดสัญญากับเลสเตอร์ซิตี้เมื่อช่วงจบฤดูกาลก่อน และมาลาก้าก็ตัดสินใจเซ็นฟรีชินจิ โอกาซากิเป็นเวลาหนึ่งฤดูกาลเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทว่าในที่สุดเจ้าตัวกลับต้องย้ายออกจากทีมโดยที่ยังไม่ได้ลงเล่นอย่างเป็นทางการกับมาลาก้าเลย “ น่าเสียดายที่การร่วมงานกับโอกาซากิติดขัดปัญหาทางด้านเทคนิคจนทำให้สโมสรและนักเตะตกลงแยกทางก่อนเวลาอันควร อย่างไรก็ตามเราขอขอบคุณโอกาซากิสำหรับการปฏิบัติอย่างมืออาชีพตลอดเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา คุณคือสุดยอดนักเตะ เราหวังว่าคุณจะได้พบเส้นทางใหม่ในไม่ช้า มาลาก้าขออวยพรให้คุณจงโชคดี ” มาลาก้าได้ประกาศผ่านแถลงการสโมสร

   ในขณะที่โอกาซากิเองก็อำลาทีมด้วยดีเช่นกัน “ มันรู้สึกแปลกๆเหมือนกันที่ผมยังไม่ได้มอบความสุขใดๆให้แฟนบอลของเราเลย แต่ผมก็ต้องอำลาไปเสียแล้ว กระนั้นผมจะไม่ลืมประสบการณ์กับมาลาก้าเช่นกัน ทีมนี้มีแฟนบอลที่วิเศษ ผมหวังว่ามาลาก้าจะได้กลับสู่ลาลีก้าในเร็ววัน ผมจะคอยเอาใจช่วยพวกคุณตลอดไป ” กองหน้าดีกรีทีมชาติญี่ปุ่นกล่าวอวยพร

   นับเป็นเรื่องน่าเสียดายของชินจิ โอกาซากิที่เจ้าตัวไม่ได้ลงเล่นให้กับมาลาก้าอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเจ้าตัวลงเล่นมาแล้วทั้งในลีกเยอรมันและอังกฤษ และเจ้าตัวก็หมายใจจะได้สัมผัสเกมการแข่งขันลีกสเปนซักครั้งในชีวิตการค้าแข้ง แต่ก็มีอันต้องฝันสลายไปก่อนนั่นเอง

สเปอร์ส เหนื่อยอีกอันเดอร์ไวเรลด์ใกล้หมดสัญญาส่อย้ายฟรีอีกราย

สเปอร์ส

   แม้ผลงานในซีซั่นก่อนสเปอร์สจะทำได้อย่างเนียนด้วยการจบอันดับสามในพรีเมียร์ลีกและรองแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ทว่าทันที่ก้าวเข้าสู่ปรีซีซั่น2019/20ไก่เดือยทองก็ต้องหนักใจกับสถานการณ์ของจอมทัพอย่างคริสเตียน เอริคเซ่นที่ยังไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่ออกไปทั้งที่สัญญาเก่าจะหมดลงในช่วงจบฤดูกาลนี้เท่านั้น และยิ่งปล่อยผ่านมาถึงตอนนี้ดูเหมือนพวกเค้าจะยิ่งหมดแต้มต่อลงไปเรื่อยๆ และคงจะต้องลงเอยด้วยการปล่อยดาวเตะแดนโคนมในวันสุดท้ายก่อนตลาดซื้อขายผู้เล่นจะปิดตัวลงอย่างแน่นอน

   แต่ดูเหมือนว่าสเปอร์สอาจจะไม่ได้เสียแค่เอริคเซ่นเท่านั้นเมื่อกองหลังเนื้อหอมอย่างโทบี้ อันเดอร์ไวเรลก็เป็นผู้เล่นอีกรายที่เหลือสัญญาไม่ครบ12เดือน และยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าดาวเตะชาวเบลเยี่ยมจะตัดสินใจฝากอนาคตกับถิ่นท็อตแน่มฮ็อตสเปอร์ส สเตเดี้ยม(สนามใหม่ของสเปอร์ส)หรือไม่ เนื่องจากตัวอันเดอร์ไวเรลเองก็เคยแสดงท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้กับการย้ายทีมมาโดยตลอด ซึ่งเชื่อกันว่ามีทีมอย่างโรม่าและแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดที่พร้อมจะยื่นเม็ดเงิน25ล้านปอนด์(ตามเงื่อนไขค่าฉีกสัญญา)ให้ทีมดังแห่งลอนดอนได้พิจารณา

อันเดอร์ไวเรลรอดูถ้า สเปอร์ส เอื่อยเฉื่อยอาจหนีไปขุดทองลีกมังกรอีกราย

   เมาริซิโอ โปรเชตติโน่ตัดสินใจใช้งานโทบี้ อันเดอร์ไวเรลออกสตาร์ทเป็นตัวจริงมาตลอดสามนัดล่าสุดในพรีเมียร์ลีก ท่ามกลางสถานการณ์ที่ล่อแหลมต่อการจะเสียแนวรับคนเก่งให้กับทีมอื่นไปแบบฟรีๆ เนื่องจากหากไม่สามารถขยายสัญญาได้ก่อน31ธ.ค.2019 ทันที่ที่ย่างก้าวเข้าสู่ปี2020กองหลังรายนี้จะสามารถตกลงย้ายทีมได้แบบไร้ค่าตัวตามกฏบอสแมน และนั่นอาจทำให้สเปร์สต้องสูญเงินไปกว่า20ล้านปอนด์เลยทีเดียว

   อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการมอบความไว้วางใจให้อันเดอร์ไวเรลลงเล่นอย่างต่อเนื่องอีกครั้งอาจทำให้กองหลังวัย30ปียอมตกลงต่อสัญญากับทีมออกไปก็เป็นได้ โดยดาเนียล เรวี่ ประธานสโมสรของสเปอร์สเชื่อมั่นว่าจะสามารถหาข้อสรุปเรื่องการต่อสัญญาในครั้งนี้ได้ทันปีหน้าอย่างแน่นอน แต่ยังไม่อยากเร่งร้อนพูดคุยกับนักเตะ เนื่องจากสเปอร์สเพิ่งจะพลาดท่าแพ้คาบ้านต่อนิวคาสเซิลมา0-1 ทำให้โปรเชตติโน่ไม่ต้องการให้ลูกทีมเสียสมาธิ โดยคาดว่าพวกเค้าจะเปิดโต๊ะเจรจากันอีกครั้งในเดือนตุลาคม ซึ่งปัจจุบันอันเดอร์ไวเรลรับค่าเหนื่อยที่80,000ปอนด์ต่อสัปดาห์ซึ่งถือว่าต่ำมาก และสไตจ์น ฟรานซิสเอเยนต์ส่วนตัวของเค้าพยายามเรียกร้องสเปอร์สแสดงจุดยืนที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยไว(ว่ากันว่าเรียกร้องค่าเหนื่อยเพิ่มเป็น180,000ปอนด์) เพราะไม่งั้นเค้าก็อาจพาอันเดอร์ไวเรลย้ายไปขุดทองที่ไชนีสซุปเปอร์ลีก

โลซาโน่ ปีกดังจังโก้ย้ายซบเนเปิลส์สมใจด้วยเม็ดเงิน42ล้านยูโร

โลซาโน่

   แม้ว่านาโปลีจะเป็นทีมอันดับต้นๆที่แสดงความสนใจต่อนิโกล่า เปเป้ตัวริมเส้นฟอร์มแรงในลีกเอิง ทว่าในโค้งสุดท้ายสตาร์ดังของลีลล์กับปลงใจเลือกไปอยู่กับอาร์เซนอลกะทันหันจนทำให้ทัพอัซซูร์ร่าต้องอกหักอย่างแรง อย่างไรก็ตามในที่สุดนาโปลีก็ได้ผู้เล่นคนใหม่มาดามใจเป็นที่เรียบร้อย เมื่อพวกเค้าจับเออร์วิ่ง โลซาโน่ปีกคนเก่งของพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่นเซ็นสัญญาได้สำเร็จ โดยตกลงค่าตัวกันที่42ล้านยูโร ซึ่งเป็นสถิติใหม่ของผู้เล่นใหม่ที่มีค่าตัวสูงสุดของนาโปลีอีกต่างหาก เนื่องจากเจ้าตัวมีสถิติการค้าแข้งที่ยอดเยี่ยมจากในลีกดัตซ์จากผลงานการลงให้พีเอสวี79นัดทำ23แอตซิตต์ และยิงไปถึง40ประตู

   แท้จริงแล้วนาโปลีมีข่าวโยงกับปีกทีมชาติเม็กซิโกมาร่วมเดือนแล้ว ทว่าการเจรจายืดเยื้อเนื่องจากโลซาโน่มีเอเยนต์ดูแลผลประโยชน์เป็นมิโน่ ไรโอล่า ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยว(เรียกค่าเหนื่อยเยอะและค่านายหน้าแพง)ทว่าอย่างไรก็ดีเมื่อโปรแกรมนัดแรกของศึกกัลโช่ เซเรียอาเริ่มใกล้เข้ามา นาโปลีก็ไม่มีทางเลือกต้องยอมอ่อนข้อเพื่อจะได้มีเวลาเตรียมทีมเพื่อลงเตะกับฟิออเรนติน่านั่นเอง ซึ่ง ณ เวลานี้เออร์วิ่ง โลซาโน่ก็ได้มารายงานตัวฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมในแคมป์ของนาโปลีเป็นที่เรียบร้อย

อันเชล็อตติเป็นปลื้มได้ โลซาโน่ นาโปลีเสริมทัพได้เข้าเป้าย้ำมีลุ้นเต็มตัว

   หลังจากเสริมทัพตัวริมเส้นสมใจอยาก คาร์โล อันเชล็อตตินายใหญ่นาโปลีได้ออกมาบรรยายความรู้สึกที่มีต่อขุมกำลังในซีซั่นใหม่ “ นาโปลีดำเนินการในตลาดซื้อขายผู้เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม เราได้ผู้เล่นฝีเท้าดีมาร่วมทีม นั่นทำให้ทีมของเราแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เรามีเกมการแข่งขันอย่างมากและการมีทีมขนาดใหญ่จะเป็นผลดีต่อเราในระยะยาว ผมมั่นใจว่าเราน่าจะทำได้ดีกว่าเดิมในทุกรายการ ” เทรนเนอร์วัย60กะรัตกล่าวอย่างมีความหวัง

   ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาลลีกเลี่ยนปีนี้นาโปลีคว้านักเตะมาร่วทัพแล้วทั้งหมด4รายด้วยกัน ประกอบด้วย เออร์วิ่ง โลซาโน่(ปีกจากพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น),โจวานนี่ ดิ ลอเลนโซ่(แบ็คขวาจากเอ็มโปลี),เอลิฟ เอลมาส(มิดฟิลด์จาก) และคอสตาส มาโนลาส(กองหลังจากโรม่า)ซึ่งนับเป็นการเตรียมทีมที่ดีเนื่องจากพวกเค้าอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ถึงสามรายการ ได้แก่ กัลโช่ เซเรียอา,โคปา อิตาเรีย และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

ซาเน่ แสบงัดข้อเรือใบได้ทั้งยังป่วยหลังแจ้นไปพบแพทย์เสือใต้

ซาเน่

   แม้ยุทธการย้ายกลับไปเล่นในบ้านเกิดของเรลอย ซาเน่จะไม่สำเร็จ เนื่องจากเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บในศึกคอมมูนิตี้ชิลด์ จนทำให้ต้องร้างสนามไม่ต่ำกว่า6-7เดือน กระนั้นปีกจอมเลื้อยดีกรีทีมชาติเยอรมันก็ยังคงเล่นสงครามประสาทกับต้นสังกัดแมนซิตี้ด้วยการไม่แยแสกับคำแนะนำทางการแพทย์ที่สโมสรเตรียมการไว้ให้ แต่กลับเลือกไปรักษาตัวกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทีมเดียวกับที่ดูแลนักเตะให้บาเยิร์นมิวนิคแทน โดยสื่อแดนผู้ดีเชื่อว่านี่คือการส่งสัญญาณบอกต้นสังกัดว่าซาเน่ได้มอบใจให้ทีมแชมป์บุนเดสลีก้าไปเป็นที่เรียบร้อย และรอคอยที่จะย้ายทีมไปเล่นในรังอารีอันซ์ อารีน่าทันทีที่หายเจ็บกลับมาพร้อมลงสนาม

เป๊ปไม่ชอบใจสิ่งที่ ซาเน่ ทำสื่อคาดแมนซิตี้ปักป้ายขายทิ้งทันทีที่หายเจ็บ

   ว่ากันว่าเมื่อทราบเรื่อง เป๊ป กวาร์ดิโอล่าออกอาการหัวเสียเป็นอันมาก เพราะรู้สึกว่านี่เป็นการแสดงออกซึ่งการไม่ให้เกียรติสโมสร เนื่องจากทีมเรือใบได้เตรียมการผ่าตัดโดยทีมแพทย์ของราม่อน คูกัต(เคยผ่าตัวให้เควิน เดอ บรอยด์และแบ็งฌาแม็ง เมนดี้)ไว้เป็นที่เรียบร้อย ทว่าซาเน่ตัวแสบกลับเลือกที่จะบินกลับไปรักษากับคริสเตียน ฟิงค์แพทย์คนเก่งของสหพันธ์ลูกหนังเมืองเบียร์และบาเยิร์นมิวนิคแทน โดยให้เหตุผลว่าต้องการใกล้ชิดกับทีมแพทย์ของทีมชาติเยอรมันเพื่อหวังติดธงไปร่วมทำศึกยูโร2020นั่นเอง

   ก่อนหน้านี้เป๊ป กวาร์ดิโอล่าก็ได้ออกมาเปรยกับนักข่าวแล้วว่าพร้อมปล่อยซาเน่ออกจากทีมหากนักเตะไม่มีใจอยู่กับสโมสรอีกต่อไป ซึ่งเชื่อว่าการกระทำที่ไม่ไว้หน้าสโมสรในครั้งนี้จะทำให้ซาเน่หลุดจากแผนการทำทีมของแมนซิตี้อย่างแน่นอน  และมีความเป็นไปได้สูงที่เรลอย ซาเน่จะกลับไปสัมผัสเกมบุนเดสลีก้าอีกครั้งกับบาเยิร์นมิวนิค ซึ่งอันที่จริงทั้งเสือใต้และตัวซาเน่เองอยากจะลงเอยกันซะตั้งแต่ช่วงก่อนปิดตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ ทว่าติดปัญหาตรงนี้อดีตนักเตะชาลเก้ได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกเสียก่อนและมีกำหนดคืนสนามอีกครั้งราวต้นปีหน้าเลยทีเดียว

   เรลอย ซาเน่ไม่ปลื้มที่ไม่ค่อยพอใจที่เป็ป กวาร์ดิโอล่าไม่ค่อยส่งลงเล่นมากเท่าที่ต้องการในซีซั่นที่แล้ว จนทำให้การเจรจาสัญญาฉบับใหม่ไม่คืบหน้า และบาเยิร์นมิวนิคก็อาศัยรอยร้าวนี้ในการหว่านล้อมให้ดาวเตะดีกรีทีมชาติเยอรมันยอมปลงใจกลับไปค้าแข้งในบ้านเกิดอีกครั้ง โดยปีกจอมเลื้อยแม้จะมีอายุเพียง23ปีแต่ก็คว้าถ้วยรางวัลบนเกาะอังกฤษมาแล้วทุกรายการไม่ว่าจะเป็น แชมป์พรีเมียร์ลีก,เอฟเอคัพ,ลีกคัพ(คาราบาวคัพ)และคอมมูนิตี้ชิลด์ และอาจทำให้ซาเน่หวังกลับไปชูถ้วยแชมป์บุนเดสลีก้ากับเสือใต้ดูบ้าง